TECHNOLOGY UPDATE :

Ricoh GXR


Ricoh ปฏิวัติระบบการทำงานของกล้องคอมแพคแบบเปลี่ยนเลนส์ได้ให้ก้าวหน้ามากขึ้น โดยไม่เพียงแค่เปลี่ยนเลนส์ได้เท่านั้น หากแต่ยังเปลี่ยนเซ็นเซอร์ภาพและความละเอียดของกล้องไปพร้อมๆ กันด้วย โดยใช้ชื่อรุ่นว่า Ricoh GXR มีส่วนประกอบหลักๆ 2 ส่วนคือ ตัวบอดี้กล้อง ซึ่งควบคุมการทำงานต่างๆ การเปิดชมภาพ รวมทั้งโหมดถ่ายภาพของกล้องทั้งหมด อีกส่วนหนึ่งคือชุดเลนส์และเซ็นเซอร์ภาพ ซึ่ง Ricoh เรียกว่าชุดกล้อง หรือ Camera Units ที่ออกแบบให้มีเซ็นเซอร์รับภาพและหน่วยประมวลผลอยู่ในตัว ซึ่งปัจจุบันมีให้เลือกใช้ 2 แบบ คือ ชุด A12 และชุด S10
...............................................................................
คุณสมบัติเด่นที่น่าสนใจ
• บอดี้ทำจากแมกนีเซี่ยมอัลลอย
• ถอดเปลี่ยนเลนส์พร้อมชุดเซ็นเซอร์ภาพได้
• มีให้เลือกใช้งานได้ 2 แบบ (S10 และ A12)
• ให้คุณภาพของภาพถ่ายเทียบเท่ากล้อง DSLR (เมื่อใช้ชุดกล้อง A12)
• จอมอนิเตอร์ 3 นิ้ว ความละเอียด 920,000 พิกเซล
• ฟังก์ชั่น Full Press Snap กดชัตเตอร์ได้ฉับไว
• บันทึกภาพฟอร์แมท JPEG และ RAW ...............................................................................


ประสิทธิภาพ

Ricoh GXR เมื่อไม่ได้ประกอบเข้ากับชุดกล้อง จะแตกต่างกับกล้องคอมแพคแบบเปลี่ยนเลนส์ได้อยู่มากพอสมควรทีเดียว โดยด้านหน้าจะเป็นช่องสำหรับสวมต่อกับชุดกล้อง และมีขนาดที่บางมาก แต่ก็มีความแข็งแรงจากวัสดุแมกนีเซียมอัลลอยที่ใช้ผลิตตัวบอดี้ โหมดการทำงานของกล้องมีให้เลือกครบครันทั้งโหมดถ่ายภาพแบบออโต้ Scene Mode และโหมดถ่ายภาพในกลุ่ม Advance เช่น โหมดโปรแกรม (P), โหมดออโต้ความเร็วชัตเตอร์ (A), โหมดออโต้รูรับแสง (S) และโหมดแมนนวล (M) โดยผู้ใช้สามารถเลือกบันทึกรูปแบบของโหมดถ่ายภาพส่วนตัวให้เลือกใช้งานได้ 3 แบบ คือ MY1, MY2 และ MY3 ด้วย


ส่วนรายละเอียดของไฟล์ภาพ รวมทั้งฟังก์ชั่นการทำงานต่างๆ ของกล้องจะขึ้นอยู่กับชุดกล้องที่ใช้งาน โดยมีฟังก์ชั่นการทำงานหลักๆ อาทิ รูปแบบของภาพสามารถเลือกบันทึกแบบ 4:3 หรือ 3:2 และขนาดพิเศษ 1:1 ซึ่งให้ไฟล์ภาพแบบสี่เหลี่ยมจตุรัส สำหรับการใช้งานบางประเภทได้ ผู้ใช้สามารถเลือกบันทึกภาพได้ทั้งฟอร์แมท JPEG และบันทึกเป็น RAW+JPEG พร้อมกันได้เช่นเดียวกับกล้อง DSLR ทั่วๆ ไป ด้านความไวแสงเลือกใช้งานได้ทั้งแบบออโต้ และปรับตั้งเอง โดยปรับตั้งได้สูงสุด ISO3200 รวมทั้ง Auto High ISO ส่วนความไวต่ำสุดจะแตกต่างไปตามชุดกล้องที่เลือกใช้


ชุดกล้อง A12 เป็นชุดกล้องที่ใช้เซ็นเซอร์ขนาดเท่าๆ กับกล้อง DSLR คือขนาด APS-C (23.6 x 15.7 พิกเซล) มีความละเอียด 12.3 ล้านพิกเซล ประมวลผลการทำงานด้วยหน่วยประมวลผล GR ENGINE III ให้ไฟล์ภาพที่มีคุณภาพสูง เก็บ

รายละเอียดส่วนต่างๆ ของภาพได้ดีทั้งโทนมืดและสว่าง เลนส์ที่ใช้เป็นเลนส์คุณภาพสูง GR Lens ทางยาวโฟกัส 50 มม. f/2.5 โดยมีคุณสมบัติพิเศษคือเป็นเลนส์มาโครด้วย โดยสามารถถ่ายภาพมาโครด้วยอัตราขยาย 1:2 เมื่อถ่ายภาพมาโครสามารถปรับตั้งระบบโฟกัสเป็นแบบแมนนวล และหมุนปรับโฟกัสที่ตัวเลนส์ได้เลยเช่นเดียวกับกล้อง DSLR ซึ่งให้ความสะดวกกับการใช้งานมากทีเดียว ด้านความไวแสงปรับได้ตั้งแต่ ISO100-3200 ส่วนไวท์บาลานซ์เลือกใช้งานได้แบบออโต้ หรือผู้ใช้ปรับตั้งเองตามความเหมาะสมกับสภาพแสงในขณะนั้น


ชุดกล้อง S10 มาพร้อมกับเลนส์ซูม Ricoh 24-72 มม. ซึ่งมีระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบปรับชิฟท์เซ็นเซอร์ภาพให้ใช้งานด้วย เซ็นเซอร์ภาพที่ใช้เป็นแบบ CCD ขนาด 1/1.7 นิ้ว ให้ความละเอียด 10 ล้านพิกเซล ประมวลผลด้วยหน่วยประมวลผล Smooth Imaging Engine IV ซึ่งมีการทำงานที่รวดเร็ว ให้ภาพที่มีคุณภาพสูง ชุดกล้อง S10 นี้ สามารถใช้งานกับอุปกรณ์เสริมชุดเดียวกับที่ใช้กับ GX200 อาทิ อะแดปเตอร์มุมกว้าง DW-6, อะแดปเตอร์เทเล TC-1 แฟลชเฉพาะกิจรุ่น GF-1 สายลั่นชัตเตอร์ CA-1 และและฝาปิดเลนส์ LC-2 เป็นต้น

นอกจากนี้ Ricoh GXR ยังมีฟังก์ชั่นระบบเช็กระดับน้ำอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งช่วยให้ถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ หรืองานสถาปัตยกรรมได้สะดวกมาก โดยจะมีสเกลสำหรับเช็กที่มอนิเตอร์ว่ากล้องเอียงซ้ายหรือขวา และเมื่ออยู่ในแนวระนาบแล้วสเกลจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวพร้อมเสียงร้องเตือนด้วย ซึ่งฟังก์ชั่นนี้มีให้ใช้งานกับกล้อง Ricoh ทุกรุ่น สามารถเลือกใช้งานได้ทั้งโชว์สเกลพร้อมเสียง เตือนเฉพาะเสียง และปิดการทำงาน โดยฟังก์ชั่นนี้ครอบคลุมการทำงานทั้งการถ่ายภาพในแนวตั้งและแนวนอน

ฟังก์ชั่นใหม่ที่โดดเด่นจากรุ่น GRD III มีให้ใช้งานกับ GXR ด้วยเช่นกันคือ ฟังก์ชั่น Full Press Snap ซึ่งแก้ปัญหาการกดชัตเตอร์ไม่ลงเพราะกล้องโฟกัสภาพยังไม่ชัด ฟังก์ชั่นนี้สามารถตั้งระยะโฟกัสไว้ล่วงหน้าได้ว่าจะให้กล้องโฟกัสที่ระยะเท่าใด โดยเลือกได้ที่ระยะ 1 เมตร, 2.5 เมตร, 5 เมตร หรือระยะอินฟินิตี้ ผู้ใช้สามารถยกกล้องขึ้นมาแล้วกดชัตเตอร์ถ่ายภาพได้ทันที โดยกล้องจะปรับโฟกัสไปยังระยะที่ตั้งไว้ ซึ่งช่วยให้ถ่ายภาพแบบรวดเร็ว หรือ Snap Shot คล่องตัวมากทีเดียว ฟังก์ชั่นนี้ยังเลือกให้กล้องปรับความไวแสงให้สูงขึ้น เพื่อให้ได้ความเร็วชัตเตอร์ที่สูงพอที่จะหยุดจังหวะการเคลื่อนไหวของซับเจคต์ เพื่อให้ได้ภาพที่คมชัดได้อีกด้วย

การออกแบบ


Ricoh GXR มีโครงสร้างตัวกล้องเป็นแมกนีเซี่ยมอัลลอยเช่นเดียวกับกล้อง Ricoh รุ่น GR หรือ GX รุ่นอื่นๆ แต่มีขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อย การวางตำแหน่งของปุ่มปรับและอุปกรณ์ที่สำคัญต่างๆ อยู่ในตำแหน่งใกล้เคียงกัน และที่เพิ่มขึ้นมาคือ ก้านเลื่อนปลดล็อกชุดกล้องบนสันกริปด้านหน้า ส่วนชื่อ Ricoh จะอยู่ที่ชุดกล้อง ชื่อรุ่นอยู่ที่ส่วนล่างของกริปมือจับ


ปุ่มเปิด-ปิดการทำงานอยู่บนตัวกล้อง ใกล้ๆ กันเป็นปุ่มชัตเตอร์ แป้น Up-Down Dial และแป้นปรับโหมดถ่ายภาพ ซึ่งล็อกตำแหน่งโหมดต่างๆ ด้วยปุ่มล็อกเพื่อป้องกันการเลื่อนเปลี่ยนโดยไม่ตั้งใจ บนสันกล้องเป็นฮอทชูสำหรับต่อเชื่อมกับอุปกรณ์เสริม เช่น แฟลชภายนอก หรือวิวไฟน์เดอร์อิเลกโทรนิกส์ ถัดไปเล็กน้อยเป็นแฟลชในตัว เปิดใช้งานได้ด้วยปุ่มปลดล็อกด้านหลัง ซึ่งสันกล้องส่วนนี้ถูกยกขึ้นสูงกว่าส่วนของแป้นปรับโหมดถ่ายภาพและชัตเตอร์เล็กน้อย และถือเป็นการออกแบบที่สวยงามและลงตัวทีเดียว


ด้านหลังตัวกล้องเป็นจอมอนิเตอร์ขนาด 3 นิ้ว ความละเอียดสูงถึง 920,000 พิกเซล เหนือจอมอนิเตอร์ มีปุ่มวางเรียงกัน 3 ปุ่มเริ่มจากปุ่มซ้ายสุดเป็นปุ่ม Direct สำหรับเลือกปรับตั้งการทำงานต่างๆ ในโหมดถ่ายภาพอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องปรับตั้งจากปุ่มเมนู โดยผู้ใช้สามารถปรับเปลี่ยนขนาดรูรับแสง ความเร็วชัตเตอร์ ความไวแสง ไวท์บาลานซ์ โหมดโฟกัส ระบบวัดแสง รูปแบบของภาพ ขนาดและคุณภาพของภาพ เลือกถ่ายภาพคร่อม หรือถ่ายภาพต่อเนื่อง โดยเลือกตั้งค่าต่างๆ ได้ด้วยปุ่มปรับควบคุม 4 ทิศทาง ขึ้น-ลง หรือซ้าย-ขวา และใช้ปุ่ม OK สำหรับเลือกค่าที่ต้องการปรับตั้ง ซึ่งกล้องจะเข้าไปในเมนูของค่านั้นๆ หรือจะใช้แป้น Up-Down Dial ด้านหน้าเลือกค่าที่ต้องการได้ทันทีเช่นกัน


ปุ่มตรงกลางใช้สำหรับเปิดการทำงานของแฟลชในตัว ซึ่งไม่ว่าจะใช้โหมดถ่ายภาพใดๆ ก็ตาม ถ้าหากต้องการใช้แฟลชต้องกดปุ่มนี้เท่านั้น ปุ่มขวาเป็นปุ่มสลับการทำงานระหว่างวิวไฟน์เดอร์อิเลกโทรนิกส์กับจอมอนิเตอร์ ถัดมาเล็กน้อยในตำแหน่งใต้ฮอทชูเป็นช่องเชื่อมต่อข้อมูลเมื่อใช้วิวไฟนเดอร์อิเลกโทรนิกส์


ด้านข้างของจอมอนิเตอร์ เริ่มจากบนสุด เป็นแป้น Adjust ต่ำลงไฟเป็นปุ่มพรีวิวภาพและปุ่มเลือกโหมดโฟกัสภาพแบบมาโคร ใกล้ๆ กับแป้นปรับโหมดถ่ายภาพ เป็นปุ่มปรับซูมภาพในโหมดถ่ายภาพและพรีวิวภาพ แต่เมื่อใช้ชุดกล้อง A12 จะใช้สำหรับปรับซูมในโหมดพรีวิวภาพเท่านั้น ต่ำลงมาเป็นแป้นปรับควบคุม 4 ทิศทาง โดยปุ่มบน-ล่าง ใชปรับชดเชยแสง ปุ่มซ้ายเป็นปุ่มฟังก์ชั่น 1 (Fn1) และปุ่มขวาเป็นปุ่มฟังก์ชั่น 2 (Fn2) สำหรับใช้เป็นคีย์ลัดในการปรับตั้งการทำงานต่างๆ อาทิ โหมดโฟกัส คุณภาพและขนาดของไฟล์ภาพ ปรับชดเชยแสง ปรับไวท์บาลานซ์ หรือปรับความไวแสง เป็นต้น


ถัดลงไปด้านล่างสุด 2 ปุ่ม ปุ่มซ้ายเป็นปุ่มตั้งเวลาถ่ายภาพและลบภาพในโหมดพรีวิวภาพ ปุ่มขวาตั้งแสดงข้อมูลบนจออมอนิเตอร์ เมื่อกดค้างไว่สักครู่จะเป็นการตั้งการทำงานของระบบวัดระดับน้ำอิเลกโทรนิกส์ ซึ่งถือเป็นฟังก์ชั่นมาตรฐานที่มีในกล้อง Ricoh ทุกรุ่น ด้านข้างขวาตัวกล้องเป็นช่อง HDMI และ USB ปิดทับด้วยแผ่นยางอย่างมิดชิด ใต้ตัวกล้องเป็นช่องแบตเตอรี่ และช่องเมมโมรี่การ์ด ซึ่งใช้แบบ SD และ SDHC

ความพิเศษของ Ricoh GXR อีกอย่างคือ ถึงแม้ไม่ได้ใส่ชุดกล้องเข้ากับตัวกล้อง ก็ยังสามารถเปิดชมภาพจากเมมโมรี่การ์ดได้ เพราะมีช่องเมมโมรี่การ์ดอยู่ที่ตัวกล้อง รวมทั้งมีหน่วยประมวลผลอีกหนึ่งชุดอยู่ที่ตัวกล้องด้วยนั่นเอง โดยเมื่อเปิดสวิทช์การทำงาน จะเลือกให้กล้องเข้าสู่โหมดพรีวิวภาพโดยอัตโนมัติก็ได้ และเมนูการทำงานก็มีเฉพาะโหมด Playback และโหมด Setting เท่านั้น


เมนู
เมนูของ GXR วางรูปแบบการออกแบบเช่นเดียวกับ GRD III รายละเอียดเมนูจะแตกต่างกันบ้างเล็กน้อยขึ้นอยู่กับชุดกล้องที่ใช้งาน แต่เมนูหลักๆ เลยแบ่งเป็น 3 กลุ่มคือ เมนูกลุ่มถ่ายภาพ เมนูกลุ่มปรับตั้งการทำงานส่วนตัว และเมนูกลุ่มปรับตั้งการทำงานหลักของกล้อง เมนูทั้งหมดวางเป็นแนวตั้งด้านซ้ายของจอมอนิเตอร์ โดยมีเมนูย่อยเรียงเป็นแนวตั้งเช่นเดียวกันแต่อยู่ริมด้านขวา การเลือกเมนูทำได้โดยกดปุ่มเมนูด้านหลังกล้อง ใช้ปุ่มควบคุม 4 ทิศทางขึ้น-ลงในการเลือกเมนูต่างๆ ใช้ปุ่ม 4 ทิศทางซ้าย-ขวา เพื่อเลือกเมนูย่อย และเมื่อเลือกค่าที่ต้องการแล้วก็กดปุ่ม OK เพื่อยืนยันค่านั้นๆ




นอกจากการปรับตั้งจากปุ่มเมนูแล้ว ยังสามารถตั้งปุ่มฟังก์ชั่น 1 (Fn 1) และ 2 (Fn 2) ให้เป็นคีย์ลัดสำหรับปรับค่าการถ่ายภาพที่ใช้งานเป็นประจำ และตั้งการทำงานของแป้น Adjust (ADJ) ให้เลือกเมนูที่ต้องปรับเปลี่ยนอยู่บ่อยๆ สำหรับการทำงานที่เร็วขึ้น ซึ่งเป็นการปรับตั้งที่สะดวกและรวดเร็วมาก

นอกจากนี้ Ricoh GXR ยังออกแบบการควบคุมการปรับตั้งผ่านจออมอนิเตอร์ได้ด้วยปุ่ม Direct อีกหนึ่งปุ่ม โดยเมื่อกดปุ่มนี้ กล้องจะโชว์รายละเอียดรูปแบบการปรับตั้งกล้อง เช่น การปรับชดเชยแสง การปรับความไวแสง ระบบโฟกัส ระบบวัดแสง ขนาดและคุณภาพของภาพ หรือรูปแบบภาพได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน

การปรับตั้งการทำงานทำได้ด้วยการกดปุ่ม Direct เมื่อข้อมูลต่างๆ โชว์ที่มอนิเตอร์ ให้ใช้ปุ่มปรับควบคุม 4 ทิศทางในการเลือกค่าเมนูที่ต้องการปรับตั้ง กดปุ่ม OK เพื่อเข้าสู่หน้าเมนู โดยกล้องจะเลือกเมนูนั้นๆ ให้โดยอัตโนมัติ ใช้ปุ่ม 4 ทิศทางเพื่อเลือกค่าที่ต้องการ กดปุ่ม OK อีกครั้งเพื่อยืนยันข้อมูล หรือเมื่อใช้ปุ่มควบคุม 4 ทิศทางในการเลือกเมนูที่ต้องการแล้ว สามารถใช้แป้น Up-Down Dial หมุนเลือกค่าที่ต้องการได้เลยเช่นกัน

ค่าการทำงานในโหมดถ่ายภาพต่างๆ นี้ ผู้ใช้ยังสามารถตั้งให้เป็นเมนูส่วนตัว สำหรับการใช้งานเฉพาะรูปแบบได้ถึง 6 แบบ และเลือกใช้งานได้ครั้งละ 3 แบบ โดยเลือกใช้ด้วยการบันทึกรูปแบบให้เป็น MY1, MY2 หรือ MY3 เมื่อต้องการใช้งานรูปแบบใด ก็เพียงแค่หมุนแป้นโหมดถ่ายภาพไปยังตำแหน่งโหมดที่ต้องการได้ทันที และถ้าหากต้องการเปลี่ยนรูปแบบของ My Menu ก็สามารถเข้าไปปรับตั้งใหม่จากเมนู หรือเปลี่ยนไปใช้ค่าที่ตั้งไว้แล้วจาก 1-6 ได้เลยเช่นเดียวกัน

การใช้งาน



จุดเด่นของ Ricoh GXR ที่แตกต่างจากกล้องเปลี่ยนเลนส์แบบอื่นๆ คือ ไม่เฉพาะเปลี่ยนเลนส์ถ่ายภาพเท่านั้น แต่เปลี่ยนทั้งเลนส์และเซ็นเซอร์รับภาพด้วย ซึ่ง Ricoh ออกแบบให้เป็นชุด เรียกว่า ชุดเลนส์ (Camera Units) ในหนึ่งชุดเลนส์ประกอบด้วยเลนส์ถ่ายภาพ เซ็นเซอร์รับภาพและหน่วยประมวลผล ผมได้รับชุดเลนส์มาทั้ง 2 ชุดคือ แบบ A12 ซึ่งใช้เลนส์ GR Lens ทางยาวโฟกัส 50 มม. f/2.5 Macro สามารถถ่ายมาโครด้วยอัตราขยาย 1:2 ไฟล์ภาพที่ได้จากเลนส์ชุดนี้ มีคุณภาพที่ดีมาก เทียบเท่ากับไฟล์ภาพที่ได้จากกล้อง DSLR ทีเดียว นั่นเป็นเพราะใช้เซ็นเซอร์ภาพขนาดเท่าๆ กัน คือขนาด APS-C และการควบคุมการถ่ายภาพของกล้องก็ไม่ได้แตกต่างจากกล้อง DSLR เท่าใดนัก ไม่ว่าจะเป็นการเลือกโหมดถ่ายภาพ ซึ่งมีให้เลือกทั้งออโต้และแมนนวล การปรับรูรับแสง ซึ่งปรับได้ตั้งแต่กว้างสุด f/2.5 ไปจนถึงแคบสุด f/22 ช่วยให้ควบคุมระยะชัดลึกและชัดตื้นของภาพได้เป็นอย่างดี


นอกจากนี้ เมื่อเลือกปรับโฟกัสแบบแมนนวล สามารถหมุนปรับโฟกัสได้จากวงแหวนโฟกัสบนตัวเลนส์ได้เลย และมองภาพผ่านจอมอนิเตอร์ หรือวิวไฟน์เดอร์ได้ ซึ่งให้ความรู้สึกไม่ต่างจากกล้อง DSLR แต่ให้ความสะดวกกว่า DSLR ตรงที่ไม่มีกระจกสะท้อนภาพ จึงลดการสั่นสะเทือนของตัวกล้องเวลาถ่ายภาพมาโครได้ดีกว่ากล้อง DSLR ทั่วๆ ไป

ชุดกล้องอีกชุดหนึ่งที่ได้รับมาคือ S10 ซึ่งเป็นเลนส์ซูมทางยาวโฟกัส 24-72 มม. ความละเอียดน้อยกว่าชุด A12 และใช้เซ็นเซอร์รับภาพแบบ CCD โดยชุดนี้เหมาะสำหรับถ่ายภาพทั่วๆ ไป เพราะช่วงทางยาวโฟกัสของเลนส์ครอบคลุมการใช้งานตั้งแต่มุมกว้างถึง 24 มม. สำหรับถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ และปรับซูมออพติคอลได้ 3 เท่า สำหรับถ่ายภาพบุคคล โดดเด่นด้วยระบบป้องกันภาพสั่นไหว ที่ช่วยให้ถ่ายภาพได้ด้วยความเร็วชัตเตอร์ต่ำกว่าปกติ หรือถ่ายในสภาพที่แสงน้อยโดยไม่ใช้แฟลช เพื่อบันทึกสภาพแสงที่เป็นธรรมชาติในขณะนั้นได้เป็นอย่างดีเช่นกัน

ตัวบอดี้ของ Ricoh GXR ออกแบบได้แข็งแรงมากทีเดียว รวมทั้งโครงสร้างหลักๆ ยังคงเหมือนกับกล้องตระกูล GR และ GX อยู่ นั่นเป็นเพราะมีพื้นฐานการทำงานที่ยอดเยี่ยมมาจากกล้องทั้งสองตระกูลนั่นเอง ด้วยขนาดตัวที่ใหญ่ขึ้น ผมกลับมองว่าช่วยให้ควบคุมการทำงานของกล้อง และการปรับปุ่มต่างๆ รวมทั้งจับกล้องได้มั่นคงมากขึ้น การถอดและประกอบชุดกล้องเข้ากับตัวกล้องทำได้สะดวกและง่ายดายกว่าที่คิดไว้ โดยเพียงแค่วางชุดกล้องลงบนรางแล้วดันให้เข้ากับตัวกล้อง โดยจะมีเสียงคลิ๊กให้ได้ยิน ก็เป็นอันเสร็จสรรพและเมื่อเปิดสวิทช์กล้องก็พร้อมสำหรับการทำงานทันที ส่วนการถอดชุดเลนส์ ก็เพียงแค่เลื่อนก้านปลดล็อกแล้วดันชุดเลนส์ออกในแนวขนานเท่านั้นเอง





ส่วนฟังก์ชั่นการทำงานที่โดดเด่นอื่นๆ เช่น เลือกปรับโฟกัสแบบแมนนวลโฟกัสได้ มีระบบเช็กระดับน้ำอิเล็กทรอนิกส์ เลือกฟอร์แมตบันทึกภาพแบบ RAW ได้ นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์เสริมให้เลือกอีก เช่น แฟลชภายนอกรุ่น GF-1 วิวไฟน์เดอร์อิเลกโทรนิกส์ รุ่น VF-2 คอนเวอร์เตอร์มุมกว้าง DW-6 คอนเวอร์เตอร์เทเลโฟโต้ TC-1 และสายลั่นชัตเตอร์ CA-1 เป็นต้น

จากความโดดเด่นที่กล่าวมาทั้งหมด และความแข็งแรงทนทานสำหรับการใช้งานหนักในระดับมืออาชีพ ทำให้ Ricoh GXR เป็นกล้องที่มีประสิทธิภาพการทำงานที่สูงมาก เมื่อเลือกใช้ชุดกล้อง A12 ซึ่งมีเซ็นเซอร์ภาพขนาด APS-C เท่าๆ กับกล้อง DSLR ทั่วๆ ไป จึงทำให้ได้ไฟล์ภาพที่มีคุณภาพไม่แตกต่างกันนัก แต่กลับมีความคล่องตัวกล่าวจากขนาดตัวกล้องที่เล็กและพกพาได้สะดวกกว่า ทำให้สามารถพกพาไปใช้งานได้อย่างสะดวกในทุกๆ ที่ โดยไม่เป็นภาระแต่อย่างใด รวมทั้งอุปกรณ์เสริมอีกหลายอย่างให้เลือกใช้ด้วย และที่สำคัญไม่ว่าคุณจะเปลี่ยนเลนส์กี่ครั้งและเปลี่ยนที่ไหนๆ ก็ตาม ก็ไม่มีปัญหาเรื่องฝุ่นเกาะที่เซ็นเซอร์ภาพ เพราะเป็นการเปลี่ยนทั้งชุดนั่นเอง

ถ้าหากใครที่กำลังสนใจ หรือเคยสัมผัสกับประสิทธิภาพของกล้อง Ricoh มาแล้ว และต้องการไฟล์ภาพในระดับมืออาชีพ หรือผู้ที่จริงจังกับการถ่ายภาพมากขึ้นรับรองจะต้องถูกใจกับ Ricoh GXR อย่างแน่นอนครับ

................................................................................................................

ข้อมูลจำเพาะ : Ricoh GXR

เซ็นเซอร์ภาพ

> ชุดกล้อง A12 แบบ CMOS ขนาด APS-C 12.3 ล้านพิกเซล effective

> ชุดกล้อง S10 แบบ CCD ขนาด 1/1.7 นิ้ว 10 ล้านพิกเซล effective

โหมดภาพถ่ายภาพ Auto, Program (P), Aperture Priority (A), Shutter Priority (S), Manual (M), Scene Mode และ My Setting 3 โหมด

รูปแบบภาพ ภาพนิ่ง JPEG, RAW และ RAW+JPEG

ภาพเคลื่อนไหว Motion JPEG AVI

โหมดโฟกัส Auto, Spot AF, Manual, Snap และ อินฟินิตี้

ระบบชดเชยแสง +/- 2.0 EV แบ่งละเอียดขั้นละ 1/3 EV

ไวท์บาลานซ์ Auto, Multi-Pattern Auto, Outdoor, Cloudy, Fluorescent, Incandescent, Detail, แมนนวล และถ่ายภาพคร่อมไวท์บาลานซ์

จอมอนิเตอร์ ขนาด 3 นิ้ว ความละเอียด 920,000 พิกเซล

สื่อบันทึกข้อมูล SD card และ SDHC card มีหน่วยความจำภายใน 86MB

อินเทอร์เฟส USB 2.0 High-Speed, HDMI, Audio Out

แหล่งพลังงาน แบตเตอรี่ชาร์จ Li-Ion DB-90

ขนาดกล้อง 114 x 70 x 29 ม.ม.

น้ำหนัก 160 กรัม (เฉพาะตัวกล้อง)

ราคา

> 17,990 บาท (เฉพาะตัวกล้อง)

> 26,000 บาท (ชุดกล้อง A12)

> 16,000 บาท (ชุดกล้อง S10)

ราคา ณ 10 กุมภาพันธ์ 2553 สอบถามราคาปัจจุบันได้ที่ตัวแทนจำหน่าย บริษัท อิสท์ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด โทร. 0-2392-3130 หรือเวบไซต์ http://www.ricohthai.com/

ข้อมูลจาก : shutterphoto.com

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: