Facebook Twitter
gPlus 

Google เปิดตัว Android P เวอร์ชั่นใหม่ที่ฉลาดขึ้น



ในงาน Google I/O 2018 ได้มีการเปิดตัวระบบปฏิบัติการ Android P อย่างเป็นทางการครั้งแรก หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีเวอร์ชั่น Developer Preview ออกมาแล้ว แต่ก็ยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก แต่ในงานวันนี้ Google ได้ออกมาเผยว่าหลังจากนี้ไป Android จะยิ่งฉลาดขึ้นไปกว่าเดิม ด้วยระบบ AI ที่เข้ามาเสริม และแน่นอนว่ามันถูกออกแบบมาให่ใช้งานได้ง่ายกว่าเดิมอีกด้วย


จากจุดเริ่มต้นของ T-Mobile G1 มือถือ Android รุ่นแรกเมื่อ 10 ปีที่แล้ว หุ่นเขียวได้เติบโดและพัฒนาขึ้น เพื่อตอบสนองผู้ใช้งานกว่าพันล้านคนบนโลกใบนี้ และฟีเจอร์ใหม่ๆ นั้นได้ถูกเพิ่มเข้ามาใน Android P มากมายหลายฟีเจอร์ เพื่อให้ผู้ใช้งานมีความสะดวกสบายมากขึ้น โดยสามารถแบ่งแยกเอาไว้เป็น 3 กลุ่มหลักๆ ได้ตามนี้

Intelligence ความฉลาด

ได้เวลาเปลี่ยนแปลงให้มือถือนั้นมีความฉลาดสมกับชื่อสมาร์ทโฟนกันซะที เมื่อ Android P สามารถที่จะเรียนรู้รูปแบบการใช้งานของเรา และปรับสภาพการทำงานให้เหมาะสม

Adaptive Battery ใน Android P ตัวเครื่องจะทำการจำแนกแอปต่างๆ ที่ถูกใช้งานในแต่ละวันออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ Active, Working Set, Frequent และ Rare เพื่อจัดลำดับความสำคัญในการใช้พลังงาน


แอปที่ไม่ได้ถูกเรียกใช้บ่อยๆ หรือประจำก็จะถูกจำกัดการเข้าถึงพลังงาน การใช้ CPU รวมถึงการใช้ข้อมูล โดยสามารถลดภาระของ CPU ไปได้ถึง 30% แน่นอนว่าทำให้ประหยัดแบตมากขึ้น

Adaptive Brightness ระบบการปรับแสงหน้าจอแบบเดิมนั้นยังไม่ตอบโจทย์การใช้งานเท่าที่ควร เพราในบางช่วงเวลาหรือสถานการณ์เรายังต้องคอยเอามือไปเลื่อนปรับความสว่างเองอยุ๋ แต่ด้วย Adaptive brightness แบบใหม่หลังจากเรียนรู้รูปแบบการใช้งานของเราแล้ว มันก็จะปรับแสงสว่างของหน้าจอให้เหมาะสมและฉลาดกว่าเดิม ไม่ต้องมาคอยเลื่อนๆ ปรับๆ กันบ่อยๆ

App Actions เมื่อเรียนรู้การใช้งานของเราแล้ว Android P ก็จะเริ่มจำรูปแบบและคาดเดาสิ่งที่เราจะทำต่อไปได้และแนะนำแอปหรือทางเลือกต่อจากนั้นให้ เช่นเมื่อเราเสียบหูฟัง ก็จะมีการแนะนำแอปที่เราใช้ในการฟังเพลงบ่อยๆ อย่าง Spotify, Apple Music หรือ JOOX


ซึ่งมันจะไม่หยุดที่ให้เราเลือกเปิดแอป แต่จะแนะนำ Playlist ที่เราฟังประจำขึ้นมาเลย ซึ่ง App Actions นั้นจะฝังตัวอยู่ในหลายๆ ที่อย่าง Launcher, Smart Text Selection,Play Store, Google Search และ Assistant

Slices เข้ามาทำให้การเรียกใช้ฟังก์ชั่นต่างๆ ในแอปนั้นทำได้รวดเร็วขึ้น และลดขั้นตอนลงให้มากที่สุด

ยกตัวอย่างถ้าเราค้นหา Grab นอกจากชื่อแอปในเครื่องจะปรากฏขึ้นแล้ว จะมีตัวเลือกว่าจะเรียกรถไปทำงานหรือเรียกรถกลับบ้านขึ้นมาให้จิ้มได้ทันที

Simplicity ความสะดวก

ด้วย UI แบบใหม่ที่ใช้ระบบ Gesture เข้ามาแทนที่การกดปุ่ม เพื่อให้การขยับนิ้วมือไปมาในส่วนต่างๆ ของหน้าจอก็สามารถเปิดแอป สลับไปมาได้ในแบบที่สะดวกและง่ายขึ้น กลับหน้าโฮมด้วยการลากนิ้วขึ้นเพียงครั้งเดียว


ด้วยการปรับนหน้าตา UI ใหม่ ทำให้การเลื่อนสลับไปมาระหว่างแอปนั้นทำได้รวดเร็วขึ้น แต่สไลด์นิ้วไปทางซ้ายหรือขวา แถมยังมองเห็นแอปได้แบบเต็มๆ ไม่ซ้อนทับกันแบบเดิม นอกจากนั้นยังตั้งค่าให้ปุ่มปรับเสียงเป็นการปรับระดับเสียงของ Media ในเครื่องเป็นหลัก เพราะปกติแล้วคนเราไม่ปรับ ringtone กันบ่อยๆ นอกจากนั้นการจับภาพหน้าจอและแต่งภาพก็สามารถทำได้ง่ายกว่าเดิม Digital Wellbeing สุขภาพในยุคดิจิทัล

เทคโนโลยีนั้นควรจะช่วยให้เราใช้ชีวิตได้สะดวกสบายมากขึ้น แต่มันไม่ควรขโมยเวลาจากการใช้ชีวิตของเราไป การใช้งานมือถือมากไปนั้นไม่ใช่เรื่องดีแน่ และเพื่อช่วยให้ทุกคนไม่ต้องมามีชีวิตติดโซเชียลกันจนเกินไป Android P จึงมาพร้อมกับฟีเจอร์เหล่านี้

Dash Board มันจะคอยเก็บข้อมูลเวลาที่เราใช้งานมือถือในแต่ละวันๆ ว่าเรานั้นหมดเวลาไปกับแอปต่างๆ เท่าไหร่ เปิดแอปไหนบ่อยและใช้เวลากับมันมากเกินไปหรือไม่ ปลดล็อคหน้าจอวันละกี่ครั้ง และมีแจ้งเตือนเด้งมาวันละกี่รอบ


App Timer หลังจากเราได้ข้อมูลจาก dashboard แล้ว เราอาจจะเริ่มสำนึกได้ว่าในแต่ละวันเราใช้เวลากับมือถือมากไปหรือไม่ ก็สามารถมากำหนดเวลาในการใช้งานแอปต่างๆ ในแต่ละวันได้ เพื่อป้องกันการวาร์ป บางทีดูซีรี่ส์เพลินๆ รู้สึกตัวอีกทีผ่านไป 3-4 ชั่วโมงแล้ว การมี App Timer มันก็จะคอยเด้งขึ้นมาเตือนหากเราใช้เวลากับแอปนี้มากเกินไป

Do Not Disturb ระบบห้ามรบกวนแบบใหม่ ที่จะปิดทุกการแจ้งเตือนทันทีเมื่อเราคว่ำหน้าจอมือถือลงบนโต๊ะ เพื่อให้คุณได้อยู่กับโลกความเป็นจริง ไม่ต้องมาคอยพะวงชะเง้อชะแง้มองมือถือ หรือสะดุ้งทุกครั้งที่มีเสียงเตือน

Wind Down เมื่อถึงเวลาพักผ่อน ต้องเข้านอนได้แล้วหลังจากเหนื่อยมาทั้งวัน หน้าจอจะถูกปรับเป็นสีขาวดำ และปิดการแจ้งเตือนทุกอย่างโดยอัตโนมัติ

ฟีเจอร์ที่กล่าวมาข้างต้นนั้นเป็นเพียงส่วนนึงของ Androd P เท่านั้น จริงๆ แล้วมันยังมีฟีเจอร์ใหม่ๆ เป็นร้อยที่ถูกใส่เพิ่มเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของระบบความปลอดภัย การเข้ารหัส การป้องกันและสำรองข้อมูล

สำหรับใครที่อยากลองฟีเจอร์และความสามารถใหม่ๆ ตอนนี้มันอาจจะยังไม่สมบูรณ์ แต่ก็เปิดให้มีการทดสอบได้ผ่าน Android P Beta Program ซึ่งตอนนี้ไม่ได้มีแค่ Pixel แต่ยังมีมือถือจาก Sony OPPO vivo Xiaomi OnePlus และรุ่นอื่นๆ ที่เข้าร่วมโครงการด้วย

ที่มา : droidsans.com

กลับขึ้นด้านบน