TECHNOLOGY UPDATE :

มือถือเฮาส์แบรนด์แรงกินแชร์ 30%

มือถือเฮาส์แบรนด์โตไม่หยุด "โมบายทีวี-2 ซิม" ครองใจลูกค้า ลุ้นสิ้นปีกวาด มาร์เก็ตแชร์ทะลุ 30% หลัง "เชนสโตร์ดัง" ขนสินค้าขายผ่านช่องทางทั่วประเทศ ชี้มาร์จิ้นดีกว่าขายแบรนด์เนม "จีเน็ต" เผยมือถือจากจีนเกลื่อนตลาด ทั้งเครื่องหิ้วและตั้งตัวแทนทำตลาดสะพัดร่วม 200 แบรนด์ ฟากเจ้าตลาด "ไอ-โมบาย" สร้างแบรนด์ใหม่เจาะตลาดพรีเมี่ยม

นายไพโรจน์ ถาวรสภานันท์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีจีโฟน จำกัด กล่าวว่า เฮาส์ แบรนด์ ในปัจจุบันที่ทำตลาดและยังแอ็กทีฟอยู่มีประมาณ 10 ราย เช่น ไอ- โมบาย, โฟนวัน, เวลคอม และจีเน็ต ซึ่งปัจจุบันมีส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 30% เพิ่มขึ้นจากช่วงต้นปีที่มีส่วนแบ่ง 20-25%

และคาดว่าในช่วงปลายปีสัดส่วนอาจ เพิ่มขึ้นเป็น 35-38% จากตลาดรวมที่บริษัทวิจัยตลาด "จีเอฟเค" ประเมินว่าจะอยู่ที่ประมาณ 8 แสนเครื่องต่อเดือน เนื่องจากคุณสมบัติของเฮาส์แบรนด์ ทั้งโมบายทีวี, มือถือ 2 ซิม รวมถึงจอทัชสกรีนเป็นเซ็กเมนต์ใหม่ที่อินเตอร์แบรนด์ไม่มี จึงเป็นช่องว่างให้ทำตลาดได้

นอกจากนี้ การขายเฮาส์แบรนด์ยังได้กำไรดีกว่าแบรนด์เนมมาก ดีลเลอร์และร้านทั่วไปจึงหันมาขายมากขึ้น ประกอบ กับคนใช้มือถือต่อประชากรในประเทศ (penetration rate) ที่เพิ่มจาก 30 ล้านเป็นเกือบ 60 ล้านราย ในปัจจุบันมาจากกลุ่มลูกค้าระดับกลางถึงล่าง เป็นชาวบ้าน เกษตรกร และวัยรุ่นตามต่างจังหวัดซึ่งมีความภักดีในแบรนด์น้อย แต่มองราคาและสินค้าที่มีฟีเจอร์คุ้มค่า

แนวโน้มน่าสนใจอีกอย่างคือ ร้านค้าที่เป็นเชนสโตร์เริ่มนำเฮาส์แบรนด์มาขายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นบลิส-เทล, เจมาร์ท รวมถึงทีจีโฟนเองที่ขายจีเน็ต, โฟนวัน และเวลคอมมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว และมีแนวโน้มว่าจะนำมาทำตลาดมากขึ้น

"ปัจจัยที่ทำให้เชนสโตร์เริ่มนำเฮาส์แบรนด์มาขายคือ มาตรฐานของเฮาส์แบรนด์ดีขึ้น มีการพัฒนาเรื่องบริการหลังการขาย และได้มาร์จิ้นที่ดีกว่าอินเตอร์ แบรนด์ทั่วไป จากเดิมที่ผ่านมาเฮาส์แบรนด์ยังไม่มีทิศทางที่ชัดเจน ฟีเจอร์บางอย่างก็ยังไม่ถึง แต่ปัจจุบันดีขึ้นมาก ทีจีเองรายได้จากการขายเฮาส์แบรนด์มีสัดส่วนประมาณ 8% คาดว่าสิ้นปีนี้จะกว่า 10%"

นายไพโรจน์กล่าวต่อว่า ตามหน้าร้านดีลเลอร์มือถือทั่วไปต่างหันมาขายเฮาส์แบรนด์มากขึ้น บางร้านมีเฮาส์แบรนด์วางขายมากกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนเครื่องที่วางขายทั้งหมด เพราะได้กำไรดีกว่า โดยสินค้าส่วนใหญ่ที่นำมาวางขายจะเป็นรุ่น 2 ซิม โมบายทีวีและทัชสกรีนเป็นหลัก

ด้านนายกิตติพงศ์ กนกวิไลรัตน์ ผู้อำนวยการบริหารสายงานการตลาดและการขาย บริษัท เจมาร์ท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เจมาร์ทมีสินค้าเฮาส์ แบรนด์เข้ามาขายตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ได้แก่ MasterPhone, จีเน็ต และไอ-โมบาย เนื่องจากลูกค้ามีความต้องการสินค้าราคาสมเหตุสมผล และมีฟีเจอร์ที่ดี โดยสัดส่วนยอดขายส่วนใหญ่ยังเป็นแบรนด์ เนม แต่เฮาส์แบรนด์มีอัตราการเติบโตที่สูงขึ้นเรื่อยๆ และในอนาคตมีความเป็นไปได้ที่จะนำเฮาส์แบรนด์ยี่ห้อใหม่ๆ มาวางขายมากขึ้น เพื่อให้มีสินค้าหลากหลายตอบสนองลูกค้าได้ดีขึ้น

สำหรับสภาพตลาดรวมในขณะนี้ยังทรงตัวจากสภาพการเมืองและเศรษฐกิจ ทำให้คนชะลอการใช้จ่าย แต่คาดว่าจะดีขึ้นในช่วงไตรมาส 4 เพราะเป็นช่วงโค้งสุดท้ายที่แต่ละแบรนด์ต้องทุ่มการตลาดเพื่อกระตุ้นยอดขายอย่างเต็มที่ คาดว่าในปีนี้ตลาดรวมน่าจะถึง 9-10 ล้านเครื่อง

ขณะที่นายฑัศ เชาวนเสถียร กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท ไวร์เลส แอ๊ดวานซ์ ซิสเต็ม จำกัด ผู้จำหน่ายโทรศัพท์มือถือ G-Net กล่าวว่า ปัจจุบันยอดขายของจีเน็ตเพิ่มขึ้นเป็นวันละ 3 พันเครื่องต่อเดือน จากเดิมขายได้วันละ 1 พันเครื่อง เพราะเครื่องรุ่น "ทีวีโมบาย และมือถือ 2 ซิม" เป็นที่รู้จักมากขึ้น ยิ่งทั้งในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา ได้เพิ่มช่องทางจำหน่ายไปยังร้านบลิส-เทล ทำให้สินค้ากระจายได้ทั่วถึงมากขึ้น จากเดิมที่มีเพียง IEC, UD, ทีจี เป็นต้น

ทั้งนี้ นอกจากเฮาส์แบรนด์ยี่ห้อหลักๆ แล้ว ยังพบว่ามีแบรนด์จากจีนจำนวนมากกว่า 200 ยี่ห้อเข้ามาทำตลาดในประเทศ โดยเฉพาะในมาบุญครองบางตู้มี 20-30 แบรนด์ โดยมีการนำเข้าทั้งผ่านชาวจีนที่เข้ามาในประเทศไทย และส่งขายผ่านตัวแทนจำหน่ายในไทย โดยเสนอราคาถูกกว่า แบรนด์หลักๆ ประมาณครึ่งหนึ่ง

"ช่วงนี้ตลาดมือถือหดตัวทำให้ผู้ค้าต้องหากำไรเพิ่ม จึงนำแบรนด์ใหม่เข้ามาทำตลาด แต่ข้อเสียคือผู้ซื้อมีปัญหาด้านการบริการ และฟีเจอร์บางอย่างที่ไม่มีมาตรฐาน สินค้าที่นำเข้าจากจีนเดิมมีประมาณ 100 แบรนด์ ตอนนี้เพิ่มมาเกือบ 200 แบรนด์ เพราะโรงงานผลิตมือถือในจีนกว่า 500 แห่งผลิตสินค้าเกินกว่าที่ตลาดต้องการสินค้า จึงระบายมาที่ไทยและหลายประเทศในเอเชีย"

ด้านนายสมชาย รวมก้อนทอง ผู้อำนวยการฝ่ายขาย บริษัท นิวเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้จำหน่ายโทรศัพท์มือถือแบรนด์ เวลคอม กล่าวว่า ปีนี้เป็นปีของเฮาส์แบรนด์ เพราะฟีเจอร์ 2 ซิมและดูทีวีได้ ราคาเพียง 5 พันกว่าบาท ส่งผลให้ตลาดเฮาส์แบรนด์โตขึ้นมาก

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า บริษัท สามารถ ไอ-โมบาย จำกัด (มหาชน) เจ้าของ แบรนด์ "ไอ-โมบาย" ซึ่งปัจจุบันมีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มเฮาส์แบรนด์ (ปี 2550 มียอดขายประมาณ 3.2 ล้านเครื่อง คิดเป็นส่วนแบ่ง 30%) ได้ขยับไปสร้างแบรนด์ใหม่ "SENSE" เพื่อจับตลาดพรีเมี่ยม โดยเปิดตัวพีดีเอโฟนรุ่นแรกไปเมื่อเร็วๆ นี้


ข้อมูลจาก : wiseknow

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: