TECHNOLOGY UPDATE :

Tronsmart ส่ง Apollo Bold ชิงเค้กตลาดหูฟังไร้สายตัดเสียงรบกวนแบบไฮบริด



Tronsmart ส่ง Apollo Bold ชิงเค้กตลาดหูฟังไร้สายตัดเสียงรบกวนแบบไฮบริด 


หูฟังไร้สายแบบ TrueWireless ได้กลายเป็นเทรนด์ร้อนแรงนับตั้งแต่ที่ Apple ปล่อย AirPods ออกสู่ตลาด และ Tronsmart เองก็ไม่ตกเทรนด์ด้วยการออกหูฟัง Onyx Ace เมื่อสี่เดือนก่อน ซึ่งได้รับเสียงตอบรับที่ดีมากจากทั่วโลก สื่อดังอย่าง Forbes ระบุว่า หูฟังรุ่นนี้เป็น "ทางเลือกใหม่ของ Apple AirPods" หูฟังที่เข้ามาปฏิวัติวงการนี้ยังได้เปลี่ยนความเคยชินของผู้คน และเมื่อคนเริ่มคุ้นเคยกับหูฟังไร้สายลักษณะนี้ Apple ไม่รอช้าประกาศเปิดตัว AirPods Pro ซึ่งรองรับการตัดเสียงรบกวนแบบใช้ไฟฟ้า (Active Noise Cancelling หรือ ANC) ซึ่งจากการวิจัยของ Tronsmart พบว่า การตัดเสียงรบกวนแบบใช้ไฟฟ้าเป็นคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้บริโภค 36% ในการประเมินคุณภาพหูฟัง TrueWireless การถือกำเนิดขึ้นของ AirPods Pro ดึงดูดความสนใจของโลก แม้แต่ Sony ก็โดดเข้าร่วมเกมนี้ และ Qualcomm® ในฐานะบริษัทชิปหูฟัง TWS รายใหญ่ที่สุดของโลก จึงไม่ใช่ข้อยกเว้นเช่นกัน 

เพื่อคว้าส่วนแบ่งตลาด Qualcomm® เลือกที่จะร่วมมือกับพันธมิตรเดิมอย่าง Tronsmart เพื่อรังสรรค์ Apollo Bold โดยครั้งนี้ Qualcomm ใช้ชิปรุ่นเรือธง QCC5124 ซึ่งยังไม่เคยใช้กับผลิตภัณฑ์ไหนมาก่อน เพื่อรองรับหูฟังตัดเสียงรบกวนแบบไฮบริด (Hybrid Active Noise Cancelling) รุ่นแรกของ Tronsmart ทั้งนี้ Apollo Bold ผลิตโดย Grandsun หนึ่งในโรงงานผลิตชิป Qualcomm® ขนาดใหญ่ที่สุด 

ข้อมูลจาก Qualcomm® ระบุว่า ชิป QCC5124 ที่ใช้ในหูฟัง Tronsmart Apollo Bold สามารถรองรับการตัดเสียงรบกวนแบบใช้ไฟฟ้าและการส่งสัญญาณ Bluetooth ทำให้ทั้งสองฟีเจอร์มอบประสิทธิภาพถึงขีดสุดโดยไม่มีสัญญาณรบกวนแต่อย่างใด ในขณะที่หูฟังตัดเสียงรบกวนแบบใช้ไฟฟ้ารุ่นอื่นๆ ในตลาดต้องใช้ชิปสองตัว ตัวหนึ่งใช้สำหรับการส่งสัญญาณ Bluetooth และอีกตัวหนึ่งสำหรับตัดเสียงรบกวน แต่ Tronsmart Apollo Bold ได้รับการออกแบบมาด้วยเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนแบบไฮบริด (Feedforward & Feedback) ซึ่งสามารถตัดเสียงรบกวนทั้งช่วงกว้างและแคบเพื่อมอบคุณภาพเสียงที่ดีที่สุด ยิ่งไปกว่านั้น Tronsmart Apollo Bold ยังตัดเสียงรบกวนได้สูงถึง 35dB ต่างจากจากหูฟังธรรมดาที่ตัดเสียงรบกวนได้สูงสุด 25-28dB 



Tronsmart Apollo Bold ใช้เทคโนโลยี TrueWireless™ Stereo Plus ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณแบบซิงโครนัส เพื่อรับประกันว่าหูฟังข้างซ้ายและขวาได้รับสัญญาณพร้อมกัน ขณะที่หูฟังไร้สายส่วนใหญ่ รวมถึง AirPods Pro ใช้เทคโนโลยี TrueWireless stereo ซึ่งหูฟังข้างหลักจะได้รับสัญญาณก่อน และจากนั้นจึงส่งสัญญาณต่อไปยังหูฟังอีกข้างหนึ่ง ทำให้เกิดการดีเลย์ของเสียง

รายละเอียดเพิ่มเติม:
ไดรเวอร์แบบ Graphene ที่สามารถปรับแต่งได้ ทำงานร่วมกับตัวแปลงสัญญาณ aptX™ เพื่อคุณภาพเสียงที่เป็นเลิศ
ไมโครโฟน 6 ตัว พร้อมด้วยเทคโนโลยี cVc รับประกันคุณภาพเสียงที่ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นคุยโทรศัพท์ หรือฟังเพลง
เสาอากาศแบบ LDS Laser Antenna มอบการเชื่อมต่อที่ทรงพลัง
โหมดการใช้งาน 3 โหมด ได้แก่ ANC, Music และ Transparency ทำให้ผู้ใช้เพลิดเพลินกับเสียงเพลงได้ทุกที่ ทุกเวลา
ใช้งานได้นานกว่า 30 ชั่วโมงด้วยเคสชาร์จ (กว่า 10 ชั่วโมงด้วยการชาร์จครั้งเดียว) และแบตอึดกว่า AirPods ถึง 6 ชั่วโมง
สะดวกสบายยิ่งกว่าด้วยฟึเจอร์ตรวจจับการใช้งานหูฟังอัตโนมัติ (In-ear Detection) 
ผลิตภัณฑ์สุดล้ำนี้มีคุณภาพไม่แพ้  Apple AirPods Pro แต่กลับมีราคาถูกกว่าถึง 46%

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: