TECHNOLOGY UPDATE :

CarKey: ฟีเจอร์ใหม่สุดล้ำที่คุณสามารถปลดล็อครถด้วย iPhone หรือ ‌Apple Watch‌ ของคุณ



CarKey: ฟีเจอร์ใหม่สุดล้ำที่คุณสามารถปลดล็อครถด้วย iPhone หรือ ‌Apple Watch‌ ของคุณ


ในอนาคตอันใกล้นี้ iPhone และ ‌Apple Watch‌ ที่สนับสนุนการเชื่อมต่อ NFC จะสามารถใช้แทนกุญแจรถยนต์ ไม่ว่าจะล็อคหรือปลดล็อคประตู รวมถึงการสตาร์ทรถ ซึ่งทาง Apple เรียกคุณสมบัติหรือฟีเจอร์ใหม่นี้ว่า “CarKey” และเราได้รวบรวมข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับ CarKey มาไว้ในบทความนี้แล้ว

ฟีเจอร์ CarKey คืออะไร CarKey เป็นโปรโตคอลแบบดิจิตอลที่ทำให้ iPhone หรือ ‌Apple Watch‌ สามารถล็อค ปลดล็อค สตาร์ท และ ควบคุม ยานพาหนะ ผ่านการเชื่อมต่อ NFC นั่นหมายถึง iPhone หรือ ‌Apple Watch‌ จะต้องเป็นรุ่นที่มี NFC และยานพาหนะ ก็ต้องมี NFC เช่นเดียวกัน

iPhone และ ‌Apple Watch‌ ในปัจจุบันมี NFC ฝังมาให้แล้ว แต่สำหรับยานพาหนะ NFC จะเป็นคุณสมบัติที่ผู้ผลิตรถยนต์จะต้องเพิ่มเข้าไป เหมือนกับที่เคยพัฒนาให้รองรับ CarPlay

ยานพาหนะแต่ละรุ่นและแบรนด์ อาจรองรับฟังก์ชั่นที่ใช้งานร่วมกับ CarKey แตกต่างกันไป แต่โดยพื้นฐานแล้ว ควรจะสามารถใช้ iPhone หรือ ‌Apple Watch‌ เพื่อล็อคหรือปลดล็อคประตู และสตาร์ทรถ แทนการใช้งานกุญแจของจริง

CarKey ทำงานผ่านข้อกำหนด Digital Key 2.0 ซึ่งพัฒนาโดย Car Connectivity Consortium (CCC) และ Apple ก็เป็นหนึ่งในสมาชิกของ CCC ข้อกำหนด Digital Key 2.0 คือ สร้างการเชื่อมต่อที่ปลอดภัยระหว่างอุปกรณ์มือถือกับยานพาหนะผ่านการเชื่อมต่อ NFC



CarKey ทำงานอย่างไร
รถยนต์รุ่นใหม่ในปัจจุบัน มีการทำงานที่คล้ายกับ CarKey อยู่แล้ว โดยเฉพาะรถยนต์ที่ใช้กุญแจอัจฉริยะ หรือ กุญแจ Immobilizer ซึ่ง CarKey จะเข้ามาช่วยเพิ่มความสะดวก เพราะเป็นกุญแจดิจิตอลที่จัดเก็บไว้ในแอพ Wallet เจ้าของรถที่มี iPhone หรือ ‌Apple Watch จึงไม่จำเป็นต้องพกพากุญแจของจริง

การล็อคหรือปลดล็อคประตูรถด้วย CarKey ให้ถือ iPhone หรือ ‌Apple Watch ไปใกล้กับเครื่องอ่าน NFC ของยานพาหนะ เมื่อชิป NFC พบกุญแจดิจิตอลที่เก็บไว้ใน ‌iPhone‌ หรือ ‌Apple Watch และมีรหัสตรงกัน กลไกการล็อคหรือปลดล็อคประตูก็จะทำงาน

ข้อมูลที่พบในโค้ด iOS 13 ได้ระบุไว้ว่า CarKey สามารถใช้วิธียืนยันตัวตนด้วย Face ID หรือ Touch ID กรณีใช้ iPhone เป็นกุญแจดิจิตอล แต่ก็มี Express Mode มาช่วยเพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการปลดล็อคโดยไม่ต้องยืนยันตัวตน

วิธีการตั้งค่า CarKey
โค้ด iOS 13 ได้บอกถึงวิธีการตั้งค่า CarKey เอาไว้ด้วย สำหรับการจับคู่กันครั้งแรกระหว่าง iPhone กับยานพาหนะ ผู้ใช้งาน CarKey ต้องวาง iPhone ไว้เหนือเครื่องอ่าน NFC ที่อยู่ภายในรถยนต์ และต้องวางไว้จนกว่ากระบวนการตั้งค่าจะเสร็จสมบูรณ์ เมื่อ iPhone กับยานพาหนะพยายามจับคู่กัน จะต้องป้อนรหัสผ่านที่ผู้ผลิตรถยนต์กำหนดไว้ หรือเชื่อมต่อผ่านแอพพลิเคชั่นจากผู้ผลิตรถยนต์



UI ของ CarKey ในแอพ Wallet
User Interface ของ CarKey อยู่ในรูปแบบการ์ด คล้ายการ์ดทั่วไปในแอพ Wallet เมื่อแตะที่การ์ดจะแสดงข้อมูลของรถยนต์ มีฟีเจอร์ Express Mode ให้เปิดหรือปิด (ถ้าปิดไว้ ผู้ใช้งานจำเป็นต้องยืนยันตัวตนผ่าน Face ID หรือ Touch ID)

ในส่วนนี้ เจ้าของรถสามารถแชร์ CarKey กับคนอื่นๆ ได้ และสามารถจำกัดการเข้าถึงได้ 3 รูปแบบ ได้แก่ เข้าถึงเฉพาะกระโปรงหลังรถ, ปลดล็อคประตูได้เท่านั้น และ ปลดล็อคประตูรวมถึงใช้สตาร์ทเครื่องยนต์ได้ด้วย

CarKey สามารถใช้งานได้เลยหรือไม่
CarKey จะทำวานได้กับรถยนต์หรือยานพาหนะรุ่นใหม่ ที่มี NFC เท่านั้น นั่นหมายถึงผู้ผลิตรถยนต์จะต้องทำงานร่วมกับ Apple เพื่อติดตั้ง NFC และเท่าความเจ้าใจกับระบบ CarKey เหมือนกับที่ Apple เคยผลักดัน CarPlay ออกมาก่อนหน้านี้

คาดว่า BMW i8 จะเป็นรถยนต์รุ่นแรกที่พร้อมสนับสนุน CarKey อ้างอิงจากรูปภาพ Screenshot ที่ถูกแชร์ออกมา

CarKey ยังทำงานได้แม้แบตเตอรี่ของ iPhone หมด
กรณีเกิดความสงสัยว่าถ้าหากแบตเตอรี่ของ iPhone หรือ Apple Watch‌ หมด ยังสามารถใช้งาน CarKey ได้อยู่หรือไม่ คำตอบก็คือ ได้ เนื่องจาก CarKey ทำงานผ่านชิป NFC ซึ่งใช้พลังงานต่ำมาก และถึงแม้แบตเตอรี่ของ iPhone หรือ Apple Watch‌ จะหมดลง ก็ยังคงมีพลังงานสำรองไว้ ยกเว้น iPhone หรือ Apple Watch‌ จะถูกทิ้งไว้นานจนแบตเตอรี่สำรองถูกใช้จนหมดเกลี้ยง (Apple อ้างว่าแบตเตอรี่สำรอง ยังให้พลังงานได้นาน 5 ชั่วโมง)

ความเป็นส่วนตัว
Apple จะไม่เก็บข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งาน CarKey แต่ในกระบวนการติดตั้งหรือตั้งค่า CarKey ในครั้งแรก ผู้ผลิตรถยนต์อาจจำเป็นต้องได้รับข้อมูลเกี่ยวกับบัญชี Apple อุปกรณ์ และตำแหน่งของผู้ใช้งาน เพื่อยืนยันความเป็นเจ้าของรถ และป้องกันการโจรกรรม

CarKey ในอนาคต
CarKey ทำงานผ่านข้อกำหนด Digital Key 2.0 และในอนาคตจะปรับปรุงเป็น Digital Key 3.0 พร้อมรองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth LE และ Ultra Wideband และเมื่อทำงานร่วมกับ NFC ก็จะช่วยให้ CarKey ทำงานได้แบบไร้สัมผัสมากขึ้น เพียงเก็บ iPhone ไว้ในกระเป๋า ก็สามารถปลดล็อค หรือ สตาร์ทรถได้ทันที โดยไม่ต้องผ่านการรับรอง NFC ซึ่ง Apple นำเทคโนโลยี Ultra Wideband มาใช้แล้วกับ iPhone 11, iPhone 11 Pro และ iPhone 11 Pro Max และคาดว่า iPhone รุ่นถัดไปที่จะออกมาในปีนี้และปีต่อๆ ไป ก็จะรองรับ Ultra Wideband ด้วยเช่นกัน

CarKey จะเปิดตัวในช่วงเวลาใด?
ฟีเจอร์ CarKey ถูกพบใน ‌iOS 13‌ หลายเวอร์ชั่น แต่ทาง Apple ยังไม่ได้ออกมาเปิดเผยว่าจะปล่อยออกมาให้ใช้งานในช่วงเวลาใด แต่มีความเป็นไปได้ที่จะมาพร้อมกับ iOS 14 ซึ่งกำลังจะเปิดตัวในวันที่ 22 มิถุนายนนี้ ที่งาน WWDC 2020

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: