TECHNOLOGY UPDATE :

เบ็นคิว ยกทัพสมาร์ทโปรเจคเตอร์รองรับทุกกลุ่มธุรกิจ ด้วยการเชื่อมต่ออุปกรณ์แบบไร้สายผ่านระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์



เบ็นคิว ยกทัพสมาร์ทโปรเจคเตอร์รองรับทุกกลุ่มธุรกิจ
ด้วยการเชื่อมต่ออุปกรณ์แบบไร้สายผ่านระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์



เบ็นคิว (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำตลาดโปรเจคเตอร์ DLP อันดับหนึ่งของโลก ประกาศเปิดตัวสมาร์ทโปรเจคเตอร์ (Smart Projector) ที่ช่วยเพิ่มศักยภาพในการติดต่อสื่อสารแบบไร้สาย มอบความสะดวกและง่ายต่อการใช้งานให้กับผู้บริโภคในทุกกลุ่มธุรกิจ อีกทั้งยัง รองรับกลุ่มธุรกิจเทรนด์ BYOD ที่กำลังเติบโตในไทยอีกด้วย โดยเบ็นคิวส่งสมาร์ทโปรเจคเตอร์ 2 รุ่นใหม่ล่าสุด ที่มีความละเอียด 1024 x 768 (XGA) Standard Throw ได้แก่ รุ่น EX600 ความสว่าง 3600 Lumens และ Short Throw รุ่น EX800ST ความสว่าง 3300 Lumens ตอบสนองความต้องการที่หลากหลายฟังก์ชั่นภายในห้องประชุมและสู่การนำเสนอแบบมืออาชีพ ด้วยการเชื่อมต่อแบบไร้สายกับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ โดยรองรับอุปกรณ์ Window OS, Android OS และ iOS อีกทั้งการประชุมผ่านทางวิดีโอ และมาพร้อมการอ่านข้อมูลเอกสารโดยตรงจาก USB ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการประชุมให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น ณ โรงแรมคราวน์พลาซ่า กรุงเทพ ลุมพินีพาร์ค

นางสาว ธัญรัก นาสมยนต์ ผู้จัดการใหญ่ เบ็นคิว ประจำประเทศไทย กล่าวว่า “ ในฐานะผู้นำอันดับหนึ่งของโลกสำหรับสินค้า Projector DLP เบ็นคิว มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ มาตอบโจทย์กลุ่มธุรกิจองค์กรหรือภาคการศึกษามากขึ้น โดยในช่วง 3 ไตรมาสที่ผ่านมา ตลาดสินค้ากลุ่มโปรเจคเตอร์ของเบ็นคิว ประเทศไทย อยู่ที่ 3 อันดับแรก รับส่วนแบ่งการตลาด 9% ส่วนกลุ่มสินค้า 4K โปรเจคเตอร์ ยังคงขึ้นแท่นอันดับ 1 ครองส่วนแบ่งการตลาด 54% โดยปลายปีนี้ตั้งเป้าหมายให้กับกลุ่มสินค้าโปรเจคเตอร์เติบโตขึ้นที่ 11% และในไตรมาสสุดท้ายของปี เบ็นคิว มีแผนเจาะกลุ่มธุรกิจองค์กรมากขึ้นด้วยการเปิดตัวกลุ่มสมาร์ทโปรเจคเตอร์ เพื่อรองรับการใช้งานในองค์กร จากเทรนด์ที่เปลี่ยนไปในภาพขององค์กรยุคเก่ามาเป็นองค์กรยุคดิจิตอล ที่มีการใช้เทคโนโลยีเชื่อมต่อกับระบบเน็ตเวิร์คของบริษัท หรือเน็ตเวิร์คของที่อื่นๆ เพื่อการทำงานหรือแม้แต่การประชุมทั้งในบริษัทและนอกสถานที่ หรือที่เรารู้จักกันในเทรนด์ของ BYOD (Bring Your Own Device) ซึ่งอุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมต่อ ได้แก่ แล็ปท็อป, แท็บเล็ต และสมาร์ทโฟน และเพื่อเป็นการรองรับกลุ่มธุรกิจเหล่านี้ให้ได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้น เบ็นคิว จึงได้พัฒนาระบบอัจฉริยะอย่างการเชื่อมต่อแบบไร้สาย เพื่อแสดงผลภาพของการนำเสนอข้อมูล ตลอดจนภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว อีกทั้งสมาร์ทโปรเจคเตอร์ของเบ็นคิว ยังสามารถเชื่อมต่อระบบ Cloud Service เช่น Google Drive, OneDrive และ Dropbox เพื่อรองรับการใช้งานเหล่านี้ในยุคดิจิตอล”

ด้าน นายวัชรพงษ์ วงษ์มา ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายผลิตภัณฑ์ เล่าถึงผลิตภัณฑ์สมาร์ทโปรเจคเตอร์ของเบ็นคิว ว่า “ เบ็นคิว มีการพัฒนาสินค้ากลุ่มสมาร์ทโปรเจคเตอร์โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ Standard Throw ประกอบไปด้วย รุ่น EH600, EW600 และ EX600 ที่ให้ความละเอียดระดับ Full HD, WXGA, XGA ตามลำดับ ส่วนอีกกลุ่มคือ Short Throw ประกอบด้วย รุ่น EX800ST และ EW800ST สำหรับภาพระยะฉายสั้น เรียกว่าตอบโจทย์การใช้งานในห้องประชุมได้อย่างลงตัวด้วยการรวมแอพ ธุรกิจที่มีประโยชน์ในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการประชุมผ่านวิดีโอด้วย Blizz จากคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นจากในระยะไกลหรือแม้แต่การสร้างไฟล์เอกสารร่วมกันกับผู้ใช้งานท่านอื่นผ่าน WPS Office หรือจะทำการค้นหาข้อมูลผ่านบราวเซอร์ Firefox ได้ง่ายๆ เพียงมีระบบสัญญาณ Wi-Fi หรืออินเตอร์เน็ตก็สามารถเชื่อมต่อกันแบบไร้สาย ด้วยสมาร์ทโฟนหรือแล็ปท็อป พร้อมทั้งยังสามารถใช้งานร่วมกันได้หลายบัญชีและหลายแพลตฟอร์ม โดยไม่ต้องต่อสายเคเบิลให้ยุ่งยาก สะดวกในการทำงานและครอบคลุมการใช้งานด้วย X-Sign Broadcast พร้อม Account Management System (AMS) และ Device Management Solution (DMS) ระบบการจัดการบัญชีที่ผู้ใช้สามารถเข้าถึงไฟล์ส่วนบุคคลที่อยู่บนคลาวด์ผ่าน AMS และส่งภาพไปยังจอฉายในห้องประชุมได้ทันที ซึ่งในขณะนี้ทางเบ็นคิว ประเทศไทย ได้นำร่องสมาร์ทโปรเจคเตอร์รุ่น EX600 และ EX800ST เข้ามาให้ได้สัมผัสกันก่อนแล้ว”



เบ็นคิวคาดหวังว่าสมาร์ทโปรเจคเตอร์จะช่วยพัฒนาธุรกิจด้วยการสร้างสภาพแวดล้อมที่ช่วยให้พนักงานทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ และสำหรับผู้ที่สนใจสามารถสั่งซื้อสินค้าสมาร์ทโปรเจคเตอร์ของเบ็นคิว ได้แล้ววันนี้กับตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ โดย รุ่น EX600 (XGA) ความสว่าง 3600 Lumens เปิดตัวที่ราคา 19,900 บาท และ Short Throw รุ่น EX800ST (XGA) ความสว่าง 3300 Lumens ราคา 29,900 บาท และดูรายละเอียดสินค้ากลุ่มสมาร์ทโปรเจคเตอร์ไลน์อัพเพิ่มเติมได้ที่ www.benq.com

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: