TECHNOLOGY UPDATE :

Supermicro จัดแสดงเทคโนโลยีเซิร์ฟเวอร์ประหยัดทรัพยากรและโซลูชัน 5G Edge รุ่นใหม่ ที่งาน Computex 2019



Supermicro จัดแสดงเทคโนโลยีเซิร์ฟเวอร์ประหยัดทรัพยากรและโซลูชัน 5G Edge รุ่นใหม่ ที่งาน Computex 2019


ระบบแบบ Resource-Saving ล่าสุด ซึ่งรวมถึงเทคโนโลยี NVMe U.2 แบบออลแฟลช, EDSFF และ NF1, มัลติโหนด และการออกแบบแบบแยกส่วน จะมอบความเป็นผู้นำด้านต้นทุนรวมในการเป็นเจ้าของ (TCO) และความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยสมรรถนะของระบบที่เหนือกว่า และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่ลดลง

Super Micro Computer, Inc. (SMCI) ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันประมวลผล จัดเก็บข้อมูล และการวางเครือข่ายระดับองค์กร รวมถึงเทคโนโลยีกรีนคอมพิวติ้ง กำลังจัดแสดงเซิร์ฟเวอร์และระบบจัดเก็บข้อมูลแบบประหยัดทรัพยากร (Resource-Saving) ตลอดจนโซลูชัน 5G Edge รุ่นใหม่ ๆ ที่งาน Computex Taipei ณ ศูนย์นิทรรศการหนานกัง ชั้น 4 บูธหมายเลข N0206

นอกจากนี้ ชาร์ลส์ เหลียง ซีอีโอของ Supermicro ยังได้กล่าวปาฐกถาพิเศษที่งานประชุมสุดยอด Taipei 5G Summit ครั้งที่ 6 ซึ่งจัดขึ้นวันนี้ ที่ห้อง 201 ของศูนย์การประชุมนานาชาติไทเป (TICC) โดยคุณเหลียงจะอธิบายเกี่ยวกับข้อกำหนดของฮาร์ดแวร์ที่จำเป็นสำหรับการเปลี่ยนไปสู่โครงสร้างพื้นฐาน 5G และความสำคัญของการใช้ AI กับโซลูชัน Edge และกรีนคอมพิวติ้ง

“Supermicro มุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่จะส่งมอบเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดแก่ลูกค้าให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อช่วยให้พวกเขาขับเคลื่อนประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ดีเยี่ยม พร้อมปรับปรุง TCO ด้วยเซิร์ฟเวอร์สมรรถนะสูงขึ้นในราคาที่ไม่ต่างกัน” ชาร์ลส์ เหลียง ประธานและซีอีโอของ Supermicro กล่าว “ด้วยเซิร์ฟเวอร์แบบประหยัดทรัพยากรล่าสุดของ Supermicro ลูกค้าจึงสามารถคาดหวังได้ถึงประสิทธิภาพศูนย์ข้อมูลที่ดีขึ้น (เร็วขึ้น 35%) TCO ดีขึ้น (ลดลงถึง 50%) ขณะที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยลง ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อตอบรับกับความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน 5G ในปัจจุบัน เราจึงขอแนะนำผลิตภัณฑ์ 5G และ IoT Edge รุ่นใหม่ ๆ ที่รองรับสถาปัตยกรรม Open Container Architecture ทุกรูปแบบ ซึ่งไม่เพียงช่วยเร่งความเร็วในการวิเคราะห์และ AI ที่ Edge เท่านั้น แต่ยังช่วยให้บริการทุกอย่างและทุกที่นั้นเป็นไปได้”อ สถาปัตยกรรมแบบ Resource-Saving ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Supermicro นั้น จะแยก CPU และหน่วยความจำออกจากระบบย่อยอื่น ๆ ดังนั้นจึงสามารถรีเฟรชทรัพยากรแต่ละตัวได้อย่างอิสระ ช่วยให้ศูนย์ข้อมูลลดต้นทุนวงจรการรีเฟรชและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้วยการลดขยะอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ยังสามารถประหยัดได้มากขึ้นไปอีก ผ่านการใช้พลังงานและการระบายความร้อนร่วมกัน รวมถึงใช้โซลูชันการทำความเย็นแบบให้อากาศไหลผ่าน (free-air cooling) ซึ่งเมื่อดูจากวงจรการรีเฟรชในช่วง 3-5 ปีแล้ว พบว่า เซิร์ฟเวอร์แบบประหยัดทรัพยากรของ Supermicro จะมอบสมรรถนะสูงกว่าและประสิทธิภาพมากกว่าโดยเฉลี่ย ด้วยต้นทุนต่ำกว่ารุ่นเดิม ๆ ที่ต้องทิ้งและเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด เนื่องจากศูนย์ข้อมูลจะสามารถเลือกใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ หรือปรับปรุงเทคโนโลยีเดิมได้อย่างเป็นอิสระ

กลุ่มผลิตภัณฑ์ Supermicro ดังต่อไปนี้สนับสนุนฟีเจอร์ Resource-Saving ซึ่งไม่เพียงมอบสมรรถนะที่ดีเยี่ยมเท่านั้น แต่ยังคุ้มค่ายิ่งกว่า ได้แก่ ระบบ SuperBlade® ที่มาพร้อมเบลดเซิร์ฟเวอร์แบบ 2 ซ็อกเก็ต และ 4 ซ็อกเก็ต รองรับโปรเซสเซอร์แบบ top-bin ขนาด 205 วัตต์, NVMe, 100G EDR InfiniBand switch, หรือ 25G/10G Ethernet switches, แหล่งสำรองไฟ AC/DC แบบต่อขนาน และ Battery Backup (BBP) จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานในระดับองค์กร คลาวด์ และ HPC; BigTwin™ มาพร้อมสมรรถนะและความหนาแน่นสูงสุดในดีไซน์แบบ 4 โหนดขนาด 2U โดยแต่ละโหนดรองรับ DIMM 24 ตัว, ไดรฟ์ NVMe แบบ hot-swap 6 ตัว และสมรรถนะด้านเครือข่ายที่ยืดหยุ่น; 4U FatTwin™ มาในรูปแบบ I/O หน่วยความจำและการจัดเก็บข้อมูลแบบผสมผสานสำหรับการใช้งานที่เหมาะสมที่สุดในระดับองค์กร คลาวด์ และ HPC ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับนวัตกรรม Resource-Saving และพันธกิจของ Supermicro ในด้านระบบประมวลผลรักษ์สิ่งแวดล้อม หรือ Green Computing ได้ที่ www.supermicro.com/WeKeepITGreen

ในฐานะผู้นำด้านระบบจัดเก็บข้อมูลและเซิร์ฟเวอร์ NVMe แบบออลแฟลช Supermicro เตรียมพร้อมอย่างดีที่สุดที่จะส่งมอบประสิทธิภาพความเร็วในการตอบสนอง ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานแอปพลิเคชั่น 5G โดยไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัทอย่าง Petascale ซึ่งเป็นเซิร์ฟเวอร์จัดเก็บข้อมูล NVMe™ แบบออลแฟลชขนาด 1U นั้น รองรับเทคโนโลยีแฟลชรุ่นใหม่ที่มีแบนด์วิธการจัดเก็บข้อมูลสูงสุด มีประสิทธิภาพ IOPS เยี่ยมที่สุด, รองรับ NVMe over Fabrics และง่ายต่อการบำรุงรักษา ด้วยระบบจัดเก็บข้อมูลขนาด 1U เหล่านี้ที่รองรับการจัดเก็บข้อมูลด้วยความเร็วสูงสุด 1PB พร้อม 32 front hot-swap U.2, EDSFF และ NF1 form factor SSDs ทาง Supermicro จึงสามารถมอบความยืดหยุ่นอย่างไม่เคยมีมาก่อน พร้อมนำเสนอทางเลือกสำหรับแอปพลิเคชั่นการจัดเก็บข้อมูลบนเครือข่ายความจุสูงที่ต้องการประสิทธิภาพความไวในการตอบสนองที่ดีที่สุด ระบบเหล่านี้จึงมอบความได้เปรียบด้าน time-to-value อย่างแท้จริง สำหรับศูนย์ข้อมูลที่ต้องอาศัยการใช้งานข้อมูลอย่างเข้มข้น

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Supermicro และผลิตภัณฑ์ของ Supermicro ได้ที่ www.supermicro.com

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: