Facebook Twitter
gPlus 

แสงสีฟ้าทำร้ายตาและส่งผลกระทบของคุณได้อย่างไร




แสงสีฟ้าทำร้ายตาและส่งผลกระทบของคุณได้อย่างไร

มีหลักฐานมากขึ้นเรื่อยๆ ที่แสดงถึงข้อเสียของแสงสีฟ้า ในตอนกลางคืนแสงสีฟ้าจะส่งผลในการหลั่งเมลาโทนิน ซึ่งมีผลกับนาฬิกาชีวิต และ การที่ได้รับแสงสีฟ้ามากเกินไปจะส่งผลกับจอประสาทตา ถึงแม้ว่ายังไม่มีปริมาณที่แน่ชัดก็ตาม งานวิจัยจากมหาวิทยาลัย Toledo แสดงให้เห็นถึงผลกระทบเมื่อแสงสีฟ้ากระทบกับจอประสาทตา มันจะทำให้สารเคมีในจอประสาทตาเกิดความเป็นพิษ และ ส่งผลต่อดวงตาของเรา

ในตาของเรามีเซลล์รับแสงอยู่สองแบบ คือ rods และ cones เซลล์แบบ rods จะรับแสงได้มากกว่าและมันจะมีโปรตีน rhodopsin ในการช่วยตรวจจับแสง โมเลกุลของเรติน่ามีหน้าที่ในการดูดซับแสงจะอยู่ในจุดพิเศษของโปรตีน rhodopsin เมื่อ Photon ของแสงกระทบกับจอประสาทตา เซลล์พิเศษเหล่านี้จะเปลี่ยนรูปร่างของมัน (ถึงจะเป็นเพียงแค่การบิดตัวนิดๆหน่อยก็เถอะ) แต่การเปลี่ยนรูปร่างนี้จะส่งผลให้สารเคมีเปลี่ยนและส่งกระแสประสาทไปยังสมองผ่าน optical nerve

Ajith Karunarathne นักวิจัยแห่งมหาวิทยาลัย Toledo กล่าวว่า คุณต้องดูแลจอประสาทตาให้ดีหากคุณยังอยากมองเห็นอยู่ ซึ่งเขาได้ค้นพบเซลล์ HeLa (เซลล์ที่ถูกใช้แทนเซลล์รับแสง) ซึ่งเมื่อแสงสีฟ้าเข้ามายังจอประสาทตามันจะส่งผลกระทบต่อโปรตีนสำคัญๆ ที่เยื่อหุ้มเซลล์ และมันมีผลต่อการเพิ่มการ oxidation และ ระดับแคลเซียมในเซลล์ เกิดเป็นพิษ จากผลดังกล่าวจะทำให้เซลล์รับแสงตาย แต่เมื่อมีการนำแสงสีแดง และ แสงสีเหลืองมาทดสอบกลับไม่ทำให้เกิดความเป็นพิษกับเซลล์

นักวิจัยเกิดข้อสงสัยว่าหากมันเป็นพิษแล้วทำไมจึงไม่เกิดผลกับตาของเราในทันที และคำตอบนั้นคือเมื่อสาร anti-oxidation ที่ถูกเรียกว่า alpha-tocopherol (สารที่มาในรูปแบบของวิตามิน E ) เกิดขึ้น มันจะช่วยลดผลกระทบจากแสงสีฟ้า และ ช่วยป้องกันเซลล์ได้ แต่เมื่ออายุมากขึ้นกระบวนการนี้ก็เสื่อมถอยลงไปด้วยการได้รับแสงสีฟ้าเป็นระยะเวลานานจึงจะส่งผลกระทบต่อจอประสาทตา และ ทำให้ตาบอดได้

งานวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่าแสงสีฟ้าส่งผลอย่างไรกับจอประสาทตาของเรา และ ก็หวังว่าจะมีการพัฒนาอะไรขึ้นมาเพื่อป้องกันอาการดังกล่าวอย่างเช่นยาหยอดตา หรืออะไรก็ตามเพื่อปกป้องสายตาของเด็กที่อยู่ในยุคดิจิตอลเช่นนี้

ในท้ายที่สุดถ้าการได้รับแสงสีน้ำเงินจากเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ในปริมานที่มากแสดงให้เห็นว่ามันส่งผลกระทบอย่างมากตเมื่อเรามีอายุมากขึ้น ถึงแม้จะมีปัจจัยร่วมด้วยอย่างเช่น สารอาหาร การออกกำลังกาย และ กรรมพันธุ์ เป็นต้น

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.beartai.com

กลับขึ้นด้านบน