Facebook Twitter
gPlus 

เด็กโคราชวัย 16 สุดเจ๋ง สร้างหุ่นยนต์จองห้องพัก “Botnoi Reception” ช่วยผู้ประกอบการลดต้นทุนยุค 4.0 คว้ารางวัลใหญ่ AIROBIC 2018




เด็กโคราชวัย 16 สุดเจ๋ง สร้างหุ่นยนต์จองห้องพัก “Botnoi Reception”
ช่วยผู้ประกอบการลดต้นทุนยุค 4.0 คว้ารางวัลใหญ่ AIROBIC 2018

ในยุคที่โลกของ AI หรือที่เรียกว่า ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) ได้เข้ามามีบทบาทต่อการใช้ชีวิตมากขึ้น ทำให้ทุกภาคส่วนต้องปรับตัว และนำเทคโนโลยี AI มาใช้อย่างแพร่หลาย สังเกตได้จากการพัฒนาคิดค้นสิ่งต่างๆ ขึ้นมาตอบสนองความต้องการของคนในปัจจุบัน อาทิ เทคโนโลยีการสั่งการด้วยเสียงอัจฉริยะ , การพิมพ์ด้วยเสียง หรือแม้แต่การใช้ AI ช่วยคิดวิเคราะห์แทนมนุษย์ แต่สิ่งประดิษฐ์ส่วนใหญ่ล้วนเกิดขึ้นจากต่างประเทศโดยทั้งสิ้น มาในวันนี้ถือเป็นโอกาสอันดีที่น้องๆ เด็กไทยสามารถแสดงศักยภาพพัฒนาระบบ AI เข้ามาช่วยแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันได้แล้ว



นายพัทธนันท์ นุ่มผ่อง หรือน้องอาร์ม หนุ่มน้อยวัย 16 ปี จากโรงเรียนสุรวิวัฒน์ มหาวิทยาลัยเทคโนยีสุรนารี จ.นครราชสีมา หนึ่งในผู้เข้าร่วมการแข่งขันนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยีหุ่นยนต์ 2561 (AI and ROBotics Innovation Contest: AIROBIC 2018) ซึ่งจัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และสมาคมวิชาการหุ่นยนต์ไทย ได้โชว์ไอเดียสร้างสรรค์หุ่นยนต์แห่งอนาคตที่จะช่วยให้เรื่องของการจองห้องพักให้เป็นเรื่องง่าย ให้ชื่อว่า“Botnoi Reception” โดยเจ้าบอทน้อยนี้ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาจากปัญหาในการจองโรงแรมที่พัก ที่ปัจจุบันไม่ค่อยได้รับความสะดวกสบายเท่าที่ควร อาทิ พนักงานต้อนรับไม่เพียงพอ การเช็คอินล่าช้า ส่งผลทำให้ผู้ใช้บริการไม่ประทับใจในบริการของสถานบริการนั้น ๆ เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวจึงได้มีแนวคิดที่จะพัฒนา “Botnoi Reception” ขึ้นมาโดยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามาช่วยเพื่อเป็นผู้ช่วยให้แก่ผู้ประกอบการสามารถให้การต้อนรับ และจัดการเรื่องของการจองโรงแรม และเข้าพักได้ในระยะเวลาอันสั้น

Botnoi Reception นี้ได้ถูกพัฒนาต่อยอดมาจาก Botnoi chat bot ซึ่งเป็นระบบตอบคำถามอัตโนมัติ ในเรื่องของการเข้าจองห้องพัก เพื่อให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นจึงได้นำระบบแชทมาพัฒนาเข้ากับหุ่นยนต์ ซึ่งการออกแบบตามแนวคิดนี้ ผมเชื่อว่าจะเป็นตัวช่วยให้กับผู้ประกอบการที่นำ Botnoi ไปใช้สามารถลดต้นทุน และแก้ปัญหาการจองห้องพัก และการเช็คอินที่ล่าช้าได้” น้องอาร์ม กล่าว

สำหรับการใช้งานนั้น ไม่ซับซ้อนมากนัก น้องอาร์มคอนเฟิร์มเลยว่าเพียงแค่ 1 นาที ก็สามารถเช็คอินเข้าพักได้ โดยลูกค้าสามารถแจ้งความประสงค์ว่าต้องการที่พักในพื้นที่ใดผ่านระบบ Chat bot Sabye booking bot ใน Line Official ของ Botnoi Reception จากนั้นระบบก็จะนำเสนอที่พักที่ใกล้เคียงให้เลือก เมื่อลูกค้าตกลงเลือกที่พักแล้ว ระบบจะส่งข้อมูลไปยังโรงแรมที่พักที่ได้เลือกไว้ และเมื่อเดินทางมาถึงที่โรงแรมสามารถเช็คอินผ่านระบบของ Botnoi Reception โดยการตรวจใบหน้า และระบบจะจัดส่งข้อมูลห้องพักทาง SMS เพื่อยืนยันตัวตน เพียงเท่านี้ก็สามารถเช็คอินและเข้าพักได้แล้ว

จากผลงานชิ้นนี้จึงส่งผลให้น้องอาร์มคว้ารางวัลในการแข่งขันมาได้ถึง 2 รางวัล คือ รางวัลดีเด่น ประเภท Open Topic และรางวัล Popular vote บอกได้เลยว่าไม่ธรรมดาจริงๆ สำหรับเด็กอายุ 16 คนนี้ การใช้งานของบอทน้อยที่เป็นเหมือนผู้ช่วยในการให้บริการ สามารถลดต้นทุนทางด้านการบริหารจัดการการต้อนรับลูกค้า ช่วยล่นระยะเวลาในการบริการให้สะดวกรวดเร็ว สร้างความพึงพอใจต่อผู้ใช้บริการ ซึ่งในอนาคตจะมีการพัฒนาต่อยอดความคิดให้สามารถพูดคุย โต้ตอบได้อย่างชาญฉลาดประนึ่งเพื่อนคู่คิด
“งานอดิเรกบางชิ้น หากเราคิดและพัฒนาผลงาน มองให้ไกลในเชิงธุรกิจ ก็สามารถเป็น Start Up มีธุรกิจที่ดีเป็นของตนเองในอนาคตได้ ซึ่งการเข้าร่วมแข่งขันนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยีหุ่นยนต์ 2561(AIROBTIC 2018) นี้ทำให้ผมได้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาความรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์ให้กับประเทศ และยังได้แลกเปลี่ยนความรู้กับเพื่อนๆพี่ๆในทีมที่พร้อมช่วยเหลือเราในการพัฒนาผลงาน และจุดประกายการต่อยอดนำผลงานนี้ไปต่อยอดในเชิงพาณิชย์อีกด้วย” น้องอาร์ม กล่าว

ด้านผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผู้อำนวยการ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่าการจัดการแข่งขันนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยีหุ่นยนต์ 2561 (AI and ROBotics Innovation Contest: AIROBIC 2018) จัดขึ้นเพื่อมุ่งเน้นให้บุคคลทั่วไป นิสิต นักศึกษา สร้างวัตกรรมใหม่ๆ ที่นำเอาปัญญาประดิษฐ์มาใช้ให้เกิดประโยชน์ อำนวยความสะดวกก่อให้เกิดมูลค่าในเชิงสร้างสรรค์ทั้งด้วนเศรษฐกิจ การศึกษา งานด้านอุตสาหกรรมทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง และสิ่งอำนวยความสะดวกในปัจจุบันและอนาคต ที่จะสามารถนำไปต่อยอด สร้างสรรค์ผลงานที่สามารถจะนำไปผลักดันประเทศในด้านต่างๆ ได้อีกทางหนึ่ง ทำให้ประเทศไทยมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถด้านปัญญาประดิษฐ์มากยิ่งขึ้น ซึ่งตัวอย่างของ “Botnoi Reception” และผลงานอื่นๆ ที่เป็นผลงานจากนักเรียนทั่วประเทศที่ได้ส่งเข้าร่วมโครงการ ก็ถือเป็นแบบอย่างที่ดีที่สะท้อนถึงความสามารถของเด็กไทยในการสร้างสรรค์เทคโนโลยี AI เพื่อเข้ามาแก้ปัญหา และสามารถต่อยอดในเชิงพาณิชย์ได้ในอนาคต ซึ่ง อพวช. จะยังคงเดินหน้าที่จะสนับสนุนตามนโยบาย “วิทย์สร้างคน” ของรัฐบาล เพื่อพัฒนาเด็กไทยให้เป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคตอย่างต่อเนื่อง

ไม่พบข้อมูล
กลับขึ้นด้านบน