Facebook Twitter
gPlus 

ฟูจิตสึจัดโซลูชั่น IoT แก่ Akademiska Hus


ข่าวไอที Akademiska Hus หนึ่งในบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดของสวีเดน ไว้วางใจให้ ฟูจิตสึพัฒนาโซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐาน Internet of Things (IoT) บนระบบคลาวด์ เพื่อปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมในสำนักงานให้เป็นรูปแบบดิจิตอล พร้อมทั้งรองรับการเติบโต และลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานสำหรับลูกค้า กลุ่มบริษัทอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวจะติดตั้งโซลูชั่น PRIMEFLEX for VMware Cloud Foundation ของฟูจิตสึ ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมไอทีที่ปรับขนาดได้อย่างยืดหยุ่น โดยผสานรวมประสิทธิภาพและการประหยัดพลังงานของเซิร์ฟเวอร์ PRIMERGY ของฟูจิตสึ เข้ากับความยืดหยุ่นและความสามารถในการปรับขนาดของแพลตฟอร์มไฮบริดคลาวด์แบบครบวงจรของวีเอ็มแวร์

Akademiska Hus ตระหนักว่ากิจการของบริษัทมีการขยายตัวอย่างรวดเร็วจนระบบไอทีที่มีอยู่ไม่สามารถรองรับได้ ดังนั้นจึงตัดสินใจที่จะอัพเกรดโครงสร้างพื้นฐานไอที เพื่อรองรับการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ทันสมัย มุ่งเน้นการทำกิจกรรม ช่วยให้พนักงานทำงานได้อย่างยืดหยุ่น รวมถึงการเข้าใช้งานระบบของบริษัทจากภายนอกองค์กร ทั้งนี้จะมีการติดตั้งระบบอัจฉริยะเพื่อจัดการการจองห้องและระบบต่างๆ ในออฟฟิศ เช่น ไฟส่องสว่าง และระบบปรับอากาศ ขณะที่เซ็นเซอร์ในอุปกรณ์จะตรวจจับข้อบกพร่องด้านเทคนิคอย่างทันท่วงที และแจ้งเตือนไปยังฝ่ายซ่อมบำรุงโดยอัตโนมัติ ฟีเจอร์เหล่านี้จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย อีกทั้งยังช่วยให้บริษัทสร้างช่องทางรายได้ใหม่ๆ โดยกลั่นกรองและใช้ประโยชน์จากข้อมูลจำนวนมหาศาลเกี่ยวกับการประหยัดพลังงานของบริษัท ซึ่งจะใช้เป็นพื้นฐานสำหรับการพัฒนาต่อยอดโซลูชั่นประหยัดพลังงานในอนาคตเพื่อวางจำหน่ายในเชิงพาณิชย์


โซลูชั่น Fujitsu PRIMEFLEX for VMware Cloud Foundation มอบดาต้าเซ็นเตอร์ที่กำหนดด้วยซอฟต์แวร์ (Software-Defined Data Center - SDDC) พร้อมสถาปัตยกรรมไอทีแบบ Scale-out และความสามารถด้านไอทีแบบไฮบริด โดยประกอบด้วยเครื่องเซิร์ฟเวอร์ PRIMERGY ของฟูจิตสึ และแพลตฟอร์ม Cloud Foundation ของวีเอ็มแวร์ และได้รับการออกแบบเป็นพิเศษเพื่อเพิ่มความสะดวกในการจัดการและจัดสรรบริการที่กำหนดด้วยซอฟต์แวร์สำหรับการประมวลผล เครือข่าย การจัดเก็บข้อมูล และแอพพลิเคชั่นบนสภาพแวดล้อมไฮบริดคลาวด์ เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต โซลูชั่นนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ลูกค้า ด้วยเพราะความสามารถในการเพิ่มความจุในการจัดเก็บข้อมูลได้อย่างง่ายดาย เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

Akademiska Hus กำลังดำเนินการติดตั้งระบบ ซึ่งเมื่อเสร็จสมบูรณ์ บริษัทก็จะสามารถเลือกใช้ระบบคลาวด์สาธารณะ ระบบคลาวด์ส่วนตัว หรือโครงสร้างพื้นฐานแบบติดตั้งภายในองค์กรได้ตามความเหมาะสม ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ในโซลูชั่นของ Akademiska Hus ได้รับการผลิตและประกอบที่โรงงานอัจฉริยะของฟูจิตสึในเมืองเอาก์สบูร์ก (Augsburg) ประเทศเยอรมนี จึงสามารถทำการส่งมอบได้อย่างรวดเร็ว และรองรับการติดตั้งสภาพแวดล้อมการใช้งานจริงได้อย่างฉับไว

เพอร์ บรันท์ซิง คาร์ลสัน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสารสนเทศของ Akademiska Hus กล่าวว่า “การปรับปรุงองค์กรโดยอาศัยเทคโนโลยีดิจิตอลจำเป็นต้องมีการปรับใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ สำหรับ Akademiska Hus มองเห็นโอกาสทางธุรกิจที่สำคัญในการใช้ข้อมูลจาก IoT ทั้งนี้การปรับปรุงประสิทธิภาพด้านพลังงานถือเป็นภารกิจที่สำคัญ แต่ในการสร้างความก้าวหน้าในเรื่องนี้ จำเป็นที่จะต้องพัฒนาต่อยอดโครงสร้างพื้นฐานของ Akademiska Hus การปรับใช้โซลูชั่น Fujitsu PRIMEFLEX for VMware Cloud Foundation นับเป็นแนวทางที่เหมาะสม เพราะโซลูชั่นดังกล่าวผสานรวมความแข็งแกร่งของฟูจิตสึและวีเอ็มแวร์ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ และช่วยให้เราสามารถเข้าถึงข้อมูลแบบเรียลไทม์ที่ได้รับจากจุดข้อมูลราว 1.3 พันล้านจุด สถาปัตยกรรมแบบใหม่นี้นอกจากจะช่วยปรับปรุงการดำเนินงานทั่วไปของ Akademiska Hus แล้ว ยังมอบความยืดหยุ่นและความสามารถด้านการปรับขนาดที่จะช่วยให้นำเสนอบริการเสริมใหม่ๆ ให้แก่ลูกค้าในอนาคตอีกด้วย”

นอกจากนี้ Akademiska Hus มีแผนที่จะสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ด้วยการเปิดให้บุคคลภายนอกเข้าถึงข้อมูลแบบเรียลไทม์ ซึ่งเชื่อมต่อผ่าน Application Programming Interface (API) แบบเปิดกว้าง โดยลูกค้า หน่วยงานด้านพลังงาน และนักวิจัยจะสามารถเข้าถึงข้อมูลเรียลไทม์ที่มีคุณภาพ เพื่อใช้ในการพัฒนาบริการใหม่ๆ สำหรับกลุ่มบริษัทอสังหาริมทรัพย์ เช่น การปรับปรุงประสิทธิภาพด้านพลังงาน ทั้งนี้ Akademiska Hus กำลังทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับ Chalmers University of Technology ในเมืองโกเทนเบิร์ก ประเทศสวีเดน ซึ่งจัดทำโครงการต่างๆ ในด้านนี้

คาริน เชรล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของฟูจิตสึ สวีเดน กล่าวว่า “Akademiska Hus” คือตัวอย่างที่ดีของบริษัทที่ใช้การเติบโตเป็นโอกาสในการสร้างความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญ ด้วยการติดตั้งโครงสร้างพื้นฐาน SDDC เพื่อรองรับการเติบโต บริษัทดังกล่าวยังได้รับความสามารถด้านการปรับตัวเพิ่มมากขึ้น และสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลจำนวนมากที่สร้างโดย IoT เพื่อค้นหาโอกาสใหม่ๆ นอกจากนี้เรายังเล็งเห็นว่าลูกค้าหันมาสนใจระบบแบบครบวงจรเพิ่มมากขึ้น เพราะเป็นแนวทางที่รวดเร็วและมีความเสี่ยงน้อยที่สุดสำหรับการติดตั้งโครงสร้างพื้นฐานใหม่ และเราคาดว่าแนวโน้มนี้จะขยายตัวอย่างต่อเนื่องในอนาคต”

ข้อมูลออนไลน์

- อ่านบล็อกของฟูจิตสึ: http://blog.ts.fujitsu.com
- ติดตามฟูจิตสึบน Twitter: http://www.twitter.com/Fujitsu_Global
- ติดตามฟูจิตสึบน LinkedIn: http://www.linkedin.com/company/fujitsu
- พบกับฟูจิตสึบน Facebook: http://www.facebook.com/FujitsuICT
- รูปภาพและมีเดียเซิร์ฟเวอร์ของฟูจิตสึ: http://mediaportal.ts.fujitsu.com/pages/portal.php
- สำหรับอัพเดตข่าวทั่วไป ใส่บุ๊คมาร์คสำหรับห้องข่าวของฟูจิตสึ: http://ts.fujitsu.com/ps2/nr/index.aspx

กลับขึ้นด้านบน