Facebook Twitter
gPlus 

ก.ไอซีที รุกส่งเสริม Startup ตามเป้ารัฐบาล 10,000 ราย


รมว.ไอซีที ระบุ "Startup" เป็นกองกำลังสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล ภาคีหน่วยงานภาครัฐ จึงได้ร่วมกับสถาบันการศึกษา และภาคเอกชน สร้างเครือข่ายศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการรายใหม่ให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางการตลาดเพิ่มขึ้นด้วยการขยายธุรกิจใหม่บนเวทีการค้า พร้อมเปิดตัวโมเดลศูนย์ฯ ในงาน Startup Thailand 2016


Startup Thailand 2016 Startup Thailand 2016


ดร.อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยภายหลังการแถลงข่าวการจัดงาน Startup Thailand 2016 ว่า "กระทรวงไอซีที ในฐานะเป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล (Digital Economy) พร้อมสนับสนุนกลุ่ม Technology Startup (Tech Startup) ซึ่งกระทรวงฯ มีเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ในการให้ภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการได้รับการส่งเสริม ให้นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการสร้างผลิตภาพของประเทศ (Productivity) บุคลากรทุกภาคส่วนได้รับการพัฒนาความรู้ทักษะและสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อก่อให้เกิดรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิต รวมถึงการส่งเสริมและสนับสนุนระบบนิเวศ (Ecosystem) สำหรับกลุ่ม Tech Startup ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสและความหวังใหม่ของประเทศไทยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจตามนโยบายรัฐบาล จะเน้นที่นวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ ทั้งนี้ รัฐบาลตั้งเป้าหมายในการส่งเสริมและพัฒนากลุ่มธุรกิจผู้ประกอบการใหม่ จำนวน 10,000 ราย ภายในปี 2561

โดยกระทรวงไอซีทีมีแนวทางการส่งเสริมธุรกิจ Startup ด้วยการจัดตั้งศูนย์บ่มเพาะ (Incubation Center) ซึ่งภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษามีส่วนร่วมในการดำเนินงาน ประกอบด้วยหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดย บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) และสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ซึ่งมีบทบาทในการส่งเสริมความรู้ ให้เงินทุน และสิทธิประโยชน์ต่างๆ ส่วนสถาบันการศึกษาดำเนินการบ่มเพาะ Tech Startup จะมีบทบาทในการพัฒนาและส่งเสริมความรู้ในสาขาที่มหาวิทยาลัยมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และสำหรับหน่วยงานภาคเอกชน มีบทบาทในการประสานงาน ให้เงินทุน และสร้างเครือข่าย โดยกำหนดเป้าหมายจำนวนบริษัทที่จะเกิดขึ้นในกลุ่ม Startup ที่มีการปรับปรุงผลิตภัณฑ์เพื่อรับกับรูปแบบของธุรกิจที่เหมาะสม (Series A Company) จำนวน 100 บริษัทในอีก 3 ปีข้างหน้า ซึ่งแนวทางในการบริหารจัดการศูนย์บ่มเพาะ (Incubation Center) ของกระทรวงฯ นั้น มี 6 แนวทาง ได้แก่ 1) การสนับสนุนเบื้องต้นในการเริ่มต้นหรือขยายธุรกิจ 2) จัดทำโปรแกรมบ่มเพาะและเตรียมความพร้อมในการดำเนินธุรกิจ 3) ให้คำปรึกษาและความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญในการดำเนินธุรกิจ 4) ให้บริการพัฒนาและวิจัยในเชิงลึกผ่านพันธมิตร 5) จัดเตรียมสถานที่การดำเนินธุรกิจ 6) ส่งต่อหรือร่วมลงทุนในการขยายกิจการ"

รมว.ไอซีที กล่าวเพิ่มเติมว่า "ในการจัดงาน Startup Thailand 2016 ระหว่างวันที่ 28 เมษายน ถึง 1 พฤษภาคม 2559 นี้ กระทรวงไอซีที จะจัดแสดงนิทรรศการในส่วนของ Incubation Center ในพื้นที่ 3 โซนภายใต้ แนวคิด "Incubation Network Community" ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา โดยแบ่งเป็น โซนที่ 1 "Platform" เป็นการนำเสนอนโยบาย/บริการภาครัฐที่ส่งเสริมการบ่มเพาะธุรกิจ Tech Startup เช่น การบ่มเพาะของสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (SIPA) การให้บริการ Open Data ภาครัฐของสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (EGA) และการให้บริการโครงข่ายอินเทอร์เน็ตของบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) (CAT) และบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) โซนที่ 2 "Professional Services" เป็นการจัดแสดงการบ่มเพาะ Tech Startup ของเครือข่ายสถาบันการศึกษามหาวิทยาลัยต่างๆ โดยแต่ละมหาวิทยาลัยจะมุ่งเน้นการบ่มเพาะที่เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมุ่งเน้นการบ่มเพาะด้านการท่องเที่ยวและสุขภาพ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเจ้าคุณทหารลาดกระบังมุ่งเน้นด้านแมคคาทรอนิกส์ (Mechatronics) มหาวิทยาลัยศรีปทุม มุ่งเน้นด้าน Digital Content และ โซนที่ 3 "Showcase" เป็นการจัดแสดงผลงานกลุ่ม Tech Startup ที่เกิดจากการบ่มเพาะและนำไปต่อยอดในเชิงพาณิชย์ ที่ประสบความสำเร็จ โดยมีการแสดงเทคโนโลยี Interactive Virtual Reality ซึ่งนำไปใช้ประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรม หลายๆ ภาคส่วน เช่น ผลิตภัณฑ์ GEAR Virtual Reality ระบบในการจำลองภาพ 360 องศาในธุรกิจค้าขายบ้านและคอนโดมีเนียม"

"การส่งเสริมและพัฒนากลุ่ม Tech Startup เป็นการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศด้วยเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล ซึ่งเป็นนโยบายหลักของกระทรวงไอซีทีที่เร่งขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ พัฒนาคุณภาพชีวิตและพัฒนาประเทศให้มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไป" ดร.อุตตม กล่าวทิ้งท้าย

กลับขึ้นด้านบน