TECHNOLOGY UPDATE :

หัวเว่ย ยกทัพนวัตกรรมอุปกรณ์ Huawei TalkBand B2 เปิดตัวในงาน Mobile World Congress 2015

ริชาร์ด หยู ซีอีโอของหัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บีจี กล่าวว่า "การเปิดตัวอุปกรณ์ wearable เหล่านี้ ถือเป็นการนำเสนอโซลูชั่นอัจฉริยะรอบด้านที่ดีที่สุดให้แก่ผู้บริโภค อุปกรณ์ wearable จะยังคงเป็นเทรนด์ที่สำคัญที่สุดของอุตสาหกรรมไปอีกนาน และหัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บีจี จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำของวงการนี้ โดยอาศัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมของหัวเว่ย"


TalkBand B2 การผสมผสานที่สมบูรณ์แบบระหว่างชุดหูฟังบลูทูธและอุปกรณ์ตรวจวัดสุขภาพ
Huawei TalkBand B2 มาพร้อมกับรูปลักษณ์ที่ดูเป็นนักธุรกิจมืออาชีพมากขึ้น พร้อมฟังก์ชั่นการตรวจวัดสุขภาพที่ฉลาดขึ้น แม่นยำมากขึ้น และซิงค์ข้อมูลกับอุปกรณ์พกพาอื่นๆได้ดีขึ้น นอกจากนั้นยังเชื่อมต่อบลูทูธได้ดีกว่ารุ่นก่อน Huawei TalkBand B2 จึงไม่ใช่แค่อุปกรณ์ดูแลสุขภาพที่ใช้ง่ายเท่านั้น แต่ยังเป็นการผสมผสานกันอย่างสมบูรณ์แบบระหว่างชุดหูฟังบลูทูธและอุปกรณ์สวมใส่ระหว่างเล่นกีฬา

TalkBand B2 มาพร้อมกับเซ็นเซอร์จับการเคลื่อนไหวแบบ 6 แกนที่ก้าวล้ำทางเทคโนโลยี ซึ่งช่วยให้ตรวจจับและบันทึกการเคลื่อนไหวได้อย่างแม่นยำโดยอัตโนมัติ รวมทั้งสามารถระบุช่วงเวลาที่ผู้สวมใส่นอนหลับสนิทและนอนหลับไม่สนิท พร้อมให้คำแนะนำด้านสุขภาพแก่ผู้สวมใส่โดยอิงจากรูปแบบการนอน

TalkBand B2 เข้ากับอุปกรณ์พกพาของผู้บริโภคได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยไมโครโฟนคู่ เทคโนโลยีการตัดเสียงรบกวน และการเชื่อมต่อบลูทูธที่มีคุณภาพสูง นอกจากนั้นยังมีระบบการติดตามอัจฉริยะที่บอกได้ว่าชุดหูฟังบลูทูธอยู่บนข้อมือหรือไม่ ทำให้สามารถส่งข้อมูลเสียง (เพลง/การโทร) ไปยังสมาร์ทโฟนหรือสายรัดข้อมือ B2 นอกจากนี้ TalkBand B2 ยังมาพร้อมกับเพจเจอร์สำหรับค้นหาตำแหน่งสมาร์ทโฟนของคุณและแจ้งเตือนด้วยการสั่นหรือเสียงริงโทน

TalkBand B2

TalkBand B2

TalkBand B2 ออกแบบโดยทีมนักออกแบบที่ Huawei Aesthetics Center ในปารีส โดยยึดสไตล์มินิมอลเพื่อความเรียบหรูดูดี ตัวเครื่องทำจากอลูมิเนียมที่มีความแข็งแกร่งสูงแต่น้ำหนักเบา พร้อมหน้าจอทัชสกรีนระดับ HD ที่ใช้งานง่าย ตัวสายมีให้เลือกใช้ 2 แบบ 2 สไตล์ ได้แก่ สาย TPU ที่ดูเป็นมืออาชีพ และสายหนังที่ดูหรูหราสำหรับโอกาสการใช้งานที่แตกต่างกัน

แบตเตอรี่ของ TalkBand B2 ใช้งานได้นานถึง 5 วัน โทรต่อเนื่องได้นานสูงสุด 6 ชั่วโมง และสแตนด์บายได้นานถึง 12 วัน พร้อมกับรองรับอุปกรณ์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 4.0 และไอโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการ IOS7.0 ขึ้นไป TalkBand B2 มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ ดำ เงิน และทอง โดยราคาวางจำหน่ายสำหรับรุ่นพรีเมียม (พร้อมสายหนัง) อยู่ที่ 199 ยูโร และรุ่นมาตรฐาน (สาย TPU) อยู่ที่ 169 ยูโร

Huawei TalkBand N1 ชุดหูฟังบลูทูธคุณภาพสูงสำหรับคนรักกีฬาและดนตรี
Huawei TalkBand N1 เป็นชุดหูฟังไฮไฟสเตอริโอ+บลูทูธรุ่นแรกของวงการที่รองรับ 4G และเก็บไฟล์ MP3 ได้มากถึง 1,000 เพลง ทั้งยังสามารถโทรผ่านบลูทูธและบันทึกข้อมูลการเล่นกีฬาได้

หูฟัง TalkBand N1 ผลิตจากลำโพงคุณภาพสูง ช่วยให้ผู้ใช้ได้สัมผัสกับคุณภาพเสียงระดับมืออาชีพที่เทียบชั้นได้กับหูฟังระดับไฮเอนด์ TalkBand N1 ใช้ช่วงความถี่ 20-20KHz ที่ให้คุณภาพเสียงที่ดีที่สุดและชัดเจนกว่า นอกจากนี้ เทคโนโลยีการส่งข้อมูลผ่านบลูทูธ APTX ยังช่วยให้ผู้ใช้เพลิดเพลินกับคุณภาพเสียงระดับซีดีผ่านทางชุดหูฟังบลูทูธ

TalkBand N1 ยังสามารถใช้ร่วมกับสมาร์ทโฟนเพื่อติดตามข้อมูลการเล่นกีฬาและการดูแลสุขภาพด้วยฟังก์ชั่นต่างๆ เช่น การวัดจำนวนก้าว คำนวณระยะทาง ติดตามการเผาผลาญแคลอรี่ และอื่นๆ นอกจากนั้นยังสามารถแสดงชื่อหรือหมายเลขโทรศัพท์ที่โทรเข้ามาได้ด้วย

หูฟัง TalkBand N1 ซึ่งมีลักษณะเหมือนตัวอักษร X ผลิตจากวัสดุ TPU ที่อ่อนนุ่ม มีน้ำหนักเพียง 18 กรัม และป้องกันฝุ่นและน้ำได้ที่ระดับ IP54 จึงสามารถป้องกันเหงื่อสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกาย นอกจากนี้ เมื่อนำสายหูฟังมาคล้องคอและนำส่วนของหูฟังทั้ง 2 ข้างที่เป็นแม่เหล็กมาติดกัน คุณก็จะได้สร้อยคอสุดเท่ไม่เหมือนใคร TalkBand N1 มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ เงิน เทา และแดง

Huawei Watch สมาร์ทวอทช์ที่มาพร้อมดีไซน์สุดคลาสสิกและฟังก์ชั่นอัจฉริยะจากภายใน

Huawei Watch ซึ่งเป็นสมาร์ทวอทช์เรือนแรกจากหัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บีจี มาพร้อมหน้าจอ AMOLED ขนาด 1.4 นิ้วที่กันน้ำและรอยขีดข่วน ขณะที่หน้าปัดนาฬิกาเป็นแบบกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 42 มิลลิเมตร นับเป็นสมาร์ทวอทช์ที่มีดีไซน์สุดคลาสสิกและมีฟังก์ชั่นอัจฉริยะจากภายในอย่างแท้จริง

Huawei Watch ออกแบบโดยทีมนักออกแบบนาฬิกาผู้คร่ำหวอดในวงการ ซึ่งมีประสบการณ์ในการสร้างสรรค์นาฬิการูปทรงสวยงามคลาสสิกมาแล้วมากมาย มองปราดเดียวก็รู้ว่าผู้ออกแบบ Huawei Watch ใส่ใจในละเอียดอย่างแท้จริง เห็นได้ชัดเจนจากการเลือกใช้กระจกคริสตรัลแซฟไฟร์ และตัวเรือนทำจากสเตนเลสสตีลขึ้นรูปแบบหล่อเย็นมาตรฐาน 316L ซึ่งปกติจะใช้กับนาฬิกาสุดหรูเท่านั้น

Huawei Watch ใช้ระบบปฏิบัติการ Android Wear ที่อัดแน่นไปด้วยฟังก์ชั่นเพื่อสุขภาพมากมาย และภายในยังมีเซ็นเซอร์วัดการเต้นของหัวใจ เซ็นเซอร์จับการเคลื่อนไหว 6 แกน บารอมิเตอร์ ทัชมอเตอร์ และไมโครโฟน เมื่อใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 4.3 ขึ้นไป Huawei Watch จะสามารถรับการแจ้งเตือน SMS อีเมล ปฏิทิน แอป และสายโทรเข้าได้อีกด้วย ขณะที่เซ็นเซอร์จับการเคลื่อนไหว 6 แกน สามารถจับทุกอิริยาบถของผู้สวมใส่และบันทึกข้อมูลการเล่นกีฬาได้ ไม่ว่าจะเดิน วิ่ง ปีนเขา หรือขี่จักรยาน

ด้วยหน้าจอแสดงผล 400 x 400 pixel ความคมชัด 286 ppi อัตราคอนทราสต์ 10,000:1 Huawei Watch จึงเป็นนาฬิกา Android ที่มีสีสันสดใสสมจริงที่สุดในโลก นอกจากนี้ หน้าปัดคริสตัลแซฟไฟร์ยังรองรับการสัมผัสผ่านถุงมือหรือมือเปียกได้อีกด้วย ผู้สวมใส่จึงสามารถใช้งานได้อย่างสะดวกสบายตลอดเวลา

เพื่อบ่งบอกตัวตนของผู้สวมใส่ Huawei Watch จึงมีรูปแบบหน้าปัดนาฬิกาให้เลือกใช้มากกว่า 40 แบบ ตั้งแต่หน้าปัดแบบแอนะล็อกไปจนถึงหน้าปัดดิจิตอล และสามารถแสดงข้อมูลสุขภาพต่างๆ เช่น อัตราการเผาผลาญแคลอรี่และจำนวนก้าวได้ด้วย Huawei Watch มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ ทอง เงิน และดำ

MediaPad X2 แฟบเล็ต ultra-octa 64 bit LTE Cat6 4G เครื่องแรกของโลก
Huawei MediaPad X2 เป็นแฟบเล็ตหน้าจอ 7 นิ้วที่บางที่สุดในโลกเพียง 7.28 มิลลิเมตร ตัวเครื่องทำจากโลหะทั้งหมดจึงดูดีเหมาะกับการใช้งานทางธุรกิจ หน้าจอที่ไร้ขอบกินพื้นที่ถึง 80% ของตัวเครื่อง ช่วยให้ใช้งานถนัดด้วยมือเดียว Huawei MediaPad X2 เป็นคู่หูที่สมบูรณ์แบบเพราะเป็นทั้งโทรศัพท์ แท็บเล็ต ระบบนำทาง แบตเตอรี่แบบพกพา ฮ็อตสปอต และกล้องดิจิตอล ช่วยให้ผู้บริโภคได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้น

MediaPad X2

MediaPad X2

MediaPad X2 ใช้จอลามิเนตขนาด 7 นิ้ว 1200 x 1920 HD IPS ที่ให้ความคมชัดสูงถึง 323 ppi จอที่มีมุมกว้างถึง 178 องศาช่วยให้เห็นภาพได้ชัดแม้ตัวเครื่องจะเอียง หน้าจอสัมผัส LTPS HD ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี CABC ช่วยให้ภาพคมชัดและสีสันสดใสเหลือเชื่อ MediaPad X2 ใช้ชิปเซ็ต 2.0GHz Kirin 930 ultra-octa ที่รองรับการเชื่อมต่อ LTE Cat6 และมีความเร็วในการดาวน์โหลดสูงสุด 300Mbps นอกจากนั้นยังมีแบตเตอรี่ขนาด 5,000 mAh ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในวงการและมีระยะเวลาการใช้งานถึง 1 วันเต็มๆ

MediaPad X2 มาพร้อมกล้องหลัง 13 ล้านพิกเซลที่สามารถถ่ายภาพได้คมชัดแม้แสงน้อย มีฟังก์ชั่นปรับโฟกัสภาพ ถ่ายภาพหลุดจอ และจับเวลาถ่ายภาพ สามารถสร้างสรรค์ภาพถ่ายคุณภาพสูงเทียบเท่ากับกล้อง DSLR นอกจากนั้นยังมีกล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสง F2.4 และมุมกว้าง 22 มิลลิเมตร ซึ่งเหมาะสำหรับการถ่ายภาพเซลฟีแบบพาโนรามา

MediaPad X2 มีวางจำหน่าย 2 รุ่น โดยรองรับการใช้งาน 2 ซิมทั้งคู่ ได้แก่ รุ่นมาตรฐาน 2G RAM+ 16GROM ตัวเครื่องสีมูนไลท์ซิลเวอร์ และรุ่นพรีเมียม 3G RAM+ 32GROM ตัวเครื่องสีแอมเบอร์โกลด์

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: