Facebook Twitter
gPlus 

iPhone 7


Review iPhone 7 สมาร์ทโฟนที่ใครๆก็รอคอย มาพร้อมฟีเจอร์เด็ดมากมาย หนึ่งในนั้นคือสามารถกันน้ำได้ถึง 35 ฟุต เลยทีเดียว!

เมื่อวันที่ 16 กันยายน ที่ผ่านมานี้ iPhone 7 Plus ได้เปิดตัว iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ออกมาสู่สายตาสาวกไอโฟนทั้งหลาย โดยทาง Apple ได้นำเสนอฟีเจอร์เด็ดๆไว้มากมาย เริ่มที่ความสามรถในการป้องกันน้ำได้ลึกถึง 35 ฟุต โดยมีผู้ที่นำ iPhone 7 ไปทดสอบเปรียบเทียบกับ Samsung S7 ผลปรากฏว่า iPhone 7 สามารถกันน้ำได้ลึก 35 ฟุต โดยไม่เกิดความเสียหายใดๆเลย ในขณะที่ Samsung S7 นั้น เครื่องเกิดอาการดับและไม่สามารถเปิดเครี่องได้อีก


iPhone 7iPhone 7


โดย iPhone 7 มาพร้อมการปรับเปลี่ยนดีไซน์ปุ่มโฮมแบบใหม่ที่รวมเข้ากับหน้าจอ และมีคุณสมบัติป้องกันน้ำ และป้องกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP67 รวมถึงฟีเจอร์ที่ได้รับการอัปเกรดขึ้นจากรุ่นก่อนอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานชิปเซ็ต Apple A10, แบตเตอรี่ที่มีอายุการใช้งานที่ยาวนานยิ่งขึ้น และอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่สำคัญอย่างกล้องดิจิทัล iSight แบบใหม่นั่นเอง

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับ iPhone 7 ว่ามีอะไรใหม่ๆบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ

1. กล้องที่มาพร้อมนวัตกรรมกล้องเลนส์คู่ และ Optical Zoom อีกระดับของการถ่ายภาพขั้นโปรเทียบชั้นกล้อง DSLR

 

iPhone 7iPhone 7

 

iPhone 7iPhone 7

 

iPhone 7 ใช้งานกล้องดิจิทัล iSight ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พร้อมด้วยโครงสร้าง 6 ชิ้นเลนส์, ไฟแฟลชแบบ Quad-LED ที่ให้ความสว่างมากขึ้นเป็นเท่าตัว และใช้งานเซ็นเซอร์รับภาพอัจฉริยะใหม่ล่าสุด ที่สามารถปรับรายละเอียดของภาพได้เร็วขึ้น 50% พร้อมรองรับระบบการป้องกันภาพสั่นไหวแบบ OIS (Optical Image Stabilization) และด้วยขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.8 จึงทำให้สามารถถ่ายภาพในที่สภาวะแสงน้อยได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ซึ่งรองรับการถ่ายวิดีโอความละเอียดระดับ 4K UHD พร้อมระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS สำหรับการถ่ายวิดีโอ สำหรับในส่วนของกล้องดิจิทัล FaceTime HD ที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง มีความละเอียดมากขึ้นเป็นระดับ 7 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f/2.2 และฟังก์ชัน Retina Flash


ด้วยกล้อง iSight แบบคู่ (Dual-Camera) ที่ใช้งานเลนส์รับภาพ 2 ชนิด ได้แก่ เลนส์มุมกว้าง (Wide-Angle : รูรับแสงขนาด f/1.8) และเลนส์ที่มีทางยาวโฟกัส 56 มิลลิเมตร สำหรับถ่ายภาพในระยะไกล (Telephoto : รูรับแสงขนาด f/2.8) นอกจากนี้ยังรองรับระบบการซูมภาพด้วยเลนส์ 2 เท่า (2X Optical Zoom) ซึ่งช่วยให้ซูมได้โดยไม่สูญเสียรายละเอียดเช่นเดียวกับกล้องดิจิทัลแท้ๆ และระบบการซูมภาพแบบ Digital Zoom ได้สูงสุดถึง 10 เท่า รวมถึงสามารถซูมภาพได้สูงสุด 6 เท่าขณะทำการบันทึกวิดีโอด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ iPhone 7 Plus ยังรองรับฟีเจอร์ DOF (Depth of Field) หรือความชัดลึกชัดตื้นของภาพ สำหรับการถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอ โดยถือเป็นฟีเจอร์สำคัญของกล้อง DSLR ที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน

2. ระบบป้องกันน้ำละป้องกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP67

iPhone 7

 

แน่นอนว่า iPhone 7 นี้สามารถกันน้ำได้ในระดับที่แบบสมบูรณ์แบบยทีเดียวเ ซึ่งฟีเจอร์นี้ดูเหมือนว่าจะใช้งานได้ในชีวิตจริงน้อยมาก เพราะหลายคนคงไม่ยอมให้สมาร์ทโฟนของตัวเองเสี่ยงกับการตกน้ำหรือโดนฝนอย่างแน่นอนค่ะ โดยมีข้อมูลผลการทดสอบไอโฟนรุ่นนี้ออกมาแล้วว่ากันน้ำได้จริงๆหรือเปล่า ผลปรากฎว่ามันสามารถกันน้ำได้ถึง 35 ฟุต (ประมาณ 10.675 เมตร) และยังสามรถป้องกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP67

3. หูฟังแบบไร้สาย


iPhone 7


หูฟังไร้สายเป็นเพียงอุกรณ์เสริมที่ทาง Apple ได้ทำมาเพื่อเป็นทางเลือกของผู้ใช้งาน สำหรับหูฟังไร้สายมีชื่อที่เรียกว่า AirPods มีลักษณะคล้ายกัน EarPods แต่ไร้สาย ซึ่งจะรองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 4.2 และรองรับการใช้งานข้อมูลได้นานสูงสุด 2 ชั่วโมง โดยการชาร์จเพียงแค่ 30 วินาทีเท่านั้น และสามารถใช้งานได้นานถึง 10 นาทีเลยทีเดียว



iPhone 7iPhone 7


iPhone 7iPhone 7


ตัวแปลงพอร์ต Lightning ของ iPhone 7 เป็นช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม.

4. สเปค ชิป A10, แรม 3GB, ความจุสูงสุด 256 GB

iPhone 7iPhone 7

การมาของชิป A10 ของ iPhone 7 ก็น่าจะสานต่อความแรงของ iPhone 6s ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องเร็วกว่าอยู่แล้ว iPhone 7 จะมาพร้อมกับแรม 2GB (เท่ากับ iPhone 6s) ใช้ได้นานขึ้นและมีขนาดความจุมากถึง 3,100 mAh สำหรับ iPhone 7 Apple ได้ทำความจุเริ่มต้นที่ 32 GB และมีความจุสูงสุดถึง 256 GB 5. iPhone 7 มาพร้อมสีใหม่ล่าสุดอย่างสีดำมัน หรือที่เรียกว่าสี Jet Black

iPhone 7

iPhone 7 สี Jet Black ซึ่งหากดูผิวเผินแล้วก็เป็นเพียงคุณสมบัติรวมถึงกระบวนการผลิตเท่านั้น แต่จุดที่น่าสนใจอยู่ที่ Apple ได้ทำการระบุด้วยว่าสีดำเงา Jet Black นั้นมีผิวสัมผัสของสีที่ไวต่อรอยต่างๆ ซึ่งหมายความว่าสามารถเกิดรอยขีดข่วนได้ง่ายนั่นเอง อีกทั้งยังแนะนำผู้ใช้งานด้วยว่า หากมีความกังวลกับปัญหาด้านต้น ทางบริษัทแนะนำให้ใส่เคสเพื่อปกป้องตัวเครื่อง iPhone ด้วย แต่อย่างไรก็ตามสี Jet Black ก็คาดว่าจะเป็นสีที่ขายดีที่สุดใน iPhone 7 และ iPhone 7 Plus

iPhone 7
6. จอภาพที่สว่างและสดใสที่สุดเท่าที่มีมา

iPhone 7

iPhone 7 มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 4.7 นิ้ว ความละเอียด 1334 x 750 พิกเซล ส่วน iPhone 7 Plus มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด 1920 x 1080 พิกฌซล แต่ปรับความสว่างของเทคโนโลยีแบบ Retina Display เพิ่มขึ้นอีก 25%

7. ตัวเครื่องที่บางกว่าเดิม

iPhone 7

iPhone 7 รุ่นถัดไปจะมาพร้อมกับดีไซน์ตัวเครื่องแบบใหม่ที่มีความบาง 6.0 - 6.5 มิลลิเมตร 8. แบตเตอรี่

ดูเหมือนว่า Apple จะไม่ค่อยนำเสนอแบตเตอรี่ใน iPhone 7 นักเท่าไร แต่ก็บอกรายละเอียดว่ามันใช้งานได้นานกว่า iPhone 6s ถึง 2 ชั่วโมง iPhone 7 มาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาด 1960 mAh มากกว่า iPhone 6S ซึ่งมีขนาดความจุแบตเตอรี่อยู่ที่ 1715 mAh

iPhone 7

สรุป

สำหรับ iPhone 7 นั้น รุ่นความจุ 32GB สีธรรมดา (Silver, Gold และ Rose Gold) นั้นมีราคาเริ่มต้นราว 37,500 สีดำด้าน (Black) ที่ราคาจะกระโดดไปราวๆ 42,500 บาท และสีดำมัน (Jet Black) เริ่มต้นความจุที่ 128GB ซึ่งมีราคาสูงถึง 49,500 บาท เลยทีเดียว อย่างไรก็ตามสำหรับประเทศไทยคาดว่าน่าจะเข้ามาจำหน่ายในเดือนตุลาคมนี้

กลับขึ้นด้านบน