TECHNOLOGY UPDATE :

รีวิว กล้องวินเทจ Fujifilm Instax Mini 40 สำหรับมือใหม่ ถ่ายปุ๊บ ได้รูปปั๊บ แบบทันใจ

รีวิวกล้อง

รีวิว กล้องวินเทจ Fujifilm Instax Mini 40 สำหรับมือใหม่ ถ่ายปุ๊บ ได้รูปปั๊บ แบบทันใจ



กล้องชัตเตอร์รุ่นเก่า ใคร ๆ ต่างก็คิดว่า กำลังจะตกรุ่นไปจากยุคนี้ แต่สิ่งที่กำลังจะตกเทรนด์ กลับกลายเป็นกระแสนิยมขึ้นมาอีกครั้ง คงจะเป็นเพราะผู้คน ที่เริ่มโหยหาความเรียบง่ายมากขึ้น โดยเฉพาะถ้าใครมีกล้องแนวเรโทรย้อนยุค ก็จะสะท้อนความเป็นมินิมอลได้อย่างชัดเจน ทำให้เกิดสไตล์ในแบบที่แตกต่าง ซึ่งหลายคนอยากจับจอง ซื้อมาเป็นเจ้าของสักครั้งในชีวิต

กล้องที่กำลังมาแรง และอยู่ในเทรนด์ตอนนี้ นั่นก็คือ กล้อง Fujifilm รุ่น Instax Mini 40 ที่ได้ปรับปรุงมาจากรุ่น Instax Mini 11 โดยการเพิ่มฟังก์ชันใหม่ ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการปรับเปลี่ยนความเร็วชัตเตอร์ การเปิดรับแสงอัตโนมัติ และการถ่ายรูปแบบเซลฟี่ที่ดีขึ้น จึงมีผลลัพธ์เป็นที่น่าพึงพอใจกว่ารุ่นเก่า ถึงแม้จะมีราคาสูงกว่าเดิมก็ตาม

ความโดดเด่นของรุ่นนี้ จะเน้นสไตล์ย้อนยุคที่สะดุดตา ความเรียบง่ายของการกดชัตเตอร์ถ่ายภาพ และชุดฟิล์ม Instax Mini ที่ราคาไม่แพงอย่างที่คิด แต่ก็ยังถือว่าแพงกว่า Instax Mini 11 อยู่ดี ส่วนข้อจำกัดที่ต้องทำความเข้าใจ คือ ช่องมองภาพกับเลนส์ไม่ตรงกัน และการเปิดรับแสงอัตโนมัติตลอดเวลา นั่นอาจทำให้ภาพที่ถ่ายออกมา ไม่สวยคมชัดอย่างที่คิดไว้

Instax Mini 40

อย่างที่ทราบกันดีแล้วว่า Fujifilm Instax Mini 40 พัฒนามาจากรุ่น Fujifilm Instax Mini 11 ซึ่งแต่ก่อนจะกดชัตเตอร์ จากด้านหลังเท่านั้น ซึ่งรุ่นใหม่นี้สามารถกดเซลฟี่จากด้านหน้าได้ และเปลี่ยนรูปทรงให้จับกระชับมือมากขึ้น

กล้องสไตล์วินเทจส่วนใหญ่ อาจมีข้อเสียสำหรับมือใหม่ค่อนข้างมาก แต่สำหรับ Instax Mini 40 จะทำการถ่ายรูปเป็นเรื่องง่ายขึ้น เพราะกล้องรุ่นนี้ มีการตั้งค่าแบบอัตโนมัติเกือบทุกส่วน ดังนั้นมือใหม่จึงสามารถถ่ายได้ และไม่ต้องกลัวการถ่ายพลาดอีกต่อไป เพราะคุณสมบัติที่ดีทั้งหมด เตรียมไว้สำหรับคุณแล้ว

Fujifilm

สิ่งสำคัญที่จะทำให้รูปถ่ายออกมาสวย น่าจะมาจากการเปิดรับแสงแบบอัตโนมัติ และความเร็วชัตเตอร์ที่ปรับเปลี่ยนได้ เพราะสิ่งเหล่านี้สามารถลดความผิดพลาด จากการเคลื่อนไหว และการจัดแสงที่ไม่ถูกต้องได้ ซึ่งการถ่ายภาพในระยะใกล้ ก็จะได้ภาพที่ออกมาชัด และไม่เบลอ ถึงแม้ไม่มีอุปกรณ์เสริม แม้แต่อย่างเดียวก็ตาม

กล้อง Mini 11 และ Mini 40 Instax ใช้ฟิล์มขนาดกะทัดรัดของฟูจิ และมีราคาไม่แพง ประมาณ 8 เหรียญ หรือ 8 ปอนด์ต่อแพ็ค ถ่ายภาพได้จะมีทั้งภาพสีและขาวดำ ถ่ายได้ภายใน 10 ช็อต และยังสามารถเลือกลวดลายกรอบ ที่หลากหลายได้อีกด้วย แต่ละภาพรวมกรอบแล้วจะมีขนาด 54 x 86 มม. ส่วนพื้นที่ภาพด้านใน จะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 46 x 62 มม. (หรือ 2.4 x 1.8 นิ้ว)

กล้อง  Fujifilm

คนที่กำลังมองหากล้องวินเทจ และอยากจะซื้อมาไว้ใช้งาน เราอยากแนะนำให้ลองกล้องแบบ Mini 11 ดูก่อน เพราะราคาถูกกว่ากล้องรุ่นอื่น ๆ มาก แล้วค่อย ๆ ขยับไปเล่นกล้องรุ่น Mini 40 ก็ยังไม่สาย เพราะถ้าไม่ชอบกล้องในแนวนี้ จะได้ไม่เสียใจในภายหลัง กับการซื้อกล้องราคาแพง

การออกแบบและคุณสมบัติของกล้อง Mini 40 Instax
Mini 40 ถือว่าเป็นกล้องสไตล์วินเทจ ที่มีความโดดเด่น เพราะด้วยรูปลักษณ์ของกล้อง ที่ตกแต่งด้วยหนังเทียม มีการออกแบบที่ได้รับอิทธิพลอย่างชัดเจนจาก Fujifilm Instax Mini 90 ที่มีราคาแพงกว่า จึงมีความสวยงาม น่าใช้เป็นอย่างมาก ส่วนกลไกการทำงานก็ไม่ต่างจาก Mini 11 มากนัก คุณสามารถกดชัตเตอร์ได้ ผ่านกระจกเซลฟี่ในตัว แต่ Mini 40 มีขนาดเล็กกว่า แต่ก็ยังไม่เล็กพอที่จะใส่ในกระเป๋าได้ อย่างกล้องยี่ห้ออื่น ๆ เช่น Canon ZoeMini หรือ Mini LiPlay ของ Fuji เอง ที่ออกแบบมาเพื่อให้สะดวกในการพกพาได้ง่าย แต่ถ้าคุณต้องการความคลาสสิก กล้อง Mini 40 น่าจะเป็นคำตอบที่ดีกว่านั่นเอง

Mini 40 Instax

คนที่กำลังมองหากล้องวินเทจ และอยากจะซื้อมาไว้ใช้งาน เราอยากแนะนำให้ลองกล้องแบบ Mini 11 ดูก่อน เพราะราคาถูกกว่ากล้องรุ่นอื่น ๆ มาก แล้วค่อย ๆ ขยับไปเล่นกล้องรุ่น Mini 40 ก็ยังไม่สาย เพราะถ้าไม่ชอบกล้องในแนวนี้ จะได้ไม่เสียใจในภายหลัง กับการซื้อกล้องราคาแพง

การออกแบบและคุณสมบัติของกล้อง Mini 40 Instax
Mini 40 ถือว่าเป็นกล้องสไตล์วินเทจ ที่มีความโดดเด่น เพราะด้วยรูปลักษณ์ของกล้อง ที่ตกแต่งด้วยหนังเทียม มีการออกแบบที่ได้รับอิทธิพลอย่างชัดเจนจาก Fujifilm Instax Mini 90 ที่มีราคาแพงกว่า จึงมีความสวยงาม น่าใช้เป็นอย่างมาก ส่วนกลไกการทำงานก็ไม่ต่างจาก Mini 11 มากนัก คุณสามารถกดชัตเตอร์ได้ ผ่านกระจกเซลฟี่ในตัว แต่ Mini 40 มีขนาดเล็กกว่า แต่ก็ยังไม่เล็กพอที่จะใส่ในกระเป๋าได้ อย่างกล้องยี่ห้ออื่น ๆ เช่น Canon ZoeMini หรือ Mini LiPlay ของ Fuji เอง ที่ออกแบบมาเพื่อให้สะดวกในการพกพาได้ง่าย แต่ถ้าคุณต้องการความคลาสสิก กล้อง Mini 40 น่าจะเป็นคำตอบที่ดีกว่านั่นเอง

Fujifilm Instax Mini 40

สำหรับการมองภาพก่อนถ่าย สามารถมองผ่านช่องมองภาพได้ ซึ่งจะอยู่ทางด้านขวาของฝาหลัง ตำแหน่งเดียวกับช่องใส่ฟิล์ม เช่นเดียวกับ Mini 11 และยังมีกระจกขนาดเล็ก สำหรับมองภาพก่อนถ่าย ที่อยู่ตรงกึ่งกลางของตัวกล้อง ดังนั้นจึงแสดงให้เห็นว่า สิ่งที่คุณมองเห็น อาจจึงไม่ได้เป็นตัวแทน ของภาพที่ถ่ายออกมา ซึ่งคุณต้องยอมรับข้อจำกัดในจุดนี้ให้ได้

ส่วนช่องเล็ก ๆ ที่อยู่ด้านหลังของตัวกล้อง จะแสดงตัวเลขของจำนวนภาพ ที่คุณเหลืออยู่ในเซตนั้น ๆ แต่ละเซตจะถ่ายได้ประมาณ 10 ช๊อตหรือ 10 รูป ซึ่งการระบุจำนวนรูปที่เหลือให้ถ่าย จะมีข้อดีคือ เป็นการป้องกันการเปิดฝากล้อง ก่อนครบเซตที่กำหนด เพราะภาพที่เหลืออาจถ่ายไม่ได้นั่นเอง

กล้องโพลารอยด์

หมดเซลฟี่ผ่านกระบอกเลนส์แบบปรับได้
Mini 40 Instax มีเลนส์ f / 12.7 ที่มีประสิทธิภาพ ความยาวโฟกัส เท่ากับ 60 มม. และมีแฟลชแบบอัตโนมัติ ที่เปิดรับแสงตลอดเวลา คุณจึงพร้อมกับถ่ายภาพเซลฟี่แบบง่าย ๆ เพียงกดปุ่มปลดล็อค แล้วกระบอกเลนส์แบบสปริง ก็จะเด้งขึ้นมาทันที แต่โหมดเซลฟี่จะสามารถถ่ายภาพ ได้ในระยะ 0.3 ถึง 0.5 ม. เท่านั้น ถ้านอกเหนือจากนี้ ภาพอาจจะพร่ามัวหรือเบลอได้ ซึ่งต่างจากเลนส์ Macro เป็นอย่างมาก แต่ Mini 40 ก็มีข้อดีที่กล้อง Instax รุ่นเก่าไม่มี คือ สามารถมองกระจกขนาดเล็ก บนกระบอกเลนส์ได้ ซึ่งจะช่วยจัดแนวภาพของคุณ ให้สามารถถ่ายเซลฟี่ออกมา ได้ภาพตามที่คุณคาดหวัง

กล้อง Instax Mini 40
หลังจากถ่ายเสร็จ กลไกจะขับเคลื่อน ภาพที่ได้ให้เด้งออกมา โดยผ่านช่องด้านบนของตัวกล้อง Instax ซึ่งเหนือกว่าฟิล์ม I-Type ของกล้องโพลารอยด์ ตรงที่ใช้เวลาน้อยกว่า เพราะ Mini 40 มีขนาดเล็กกว่านั่นเอง

นอกจากนี้ระบบปรับแสงอัตโนมัติจะเริ่มทำงาน โดยแฟลชจะทำงานทุกครั้ง ที่คุณกดปุ่มชัตเตอร์ เนื่องจากจะทำงานแบบอัตโนมัติ โดยไม่คำนึงถึงสภาพแสง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อถ่ายภาพในร่ม อาจจะปรับแสงเพิ่มไม่ได้ และต้องยอมรับความเร็วชัตเตอร์ ที่อาจแตกต่างกันไป ระหว่าง 1/2 ถึง 1/250 เลยทีเดียว

กล้อง Instax

Mini 40 ใช้แบตเตอรี่ AA สองก้อนต่อครั้ง ซึ่งโดยปกติจะใช้งานได้ประมาณ 100 ภาพ หรือฟิล์ม 10 แพ็ค ซึ่งถือว่าดีกว่าแบตเตอรี่ CR2 ของฟูจิ ที่เคยใช้กับกล้องอินสแตนซ์รุ่นเก่า เพราะแบตหมดเร็วกว่ารุ่นนี้มาก

คุณภาพของภาพที่ได้จากกล้อง Instax Mini 40
ภาพที่ได้จะมีความคมชัด ผสานคอนทราสต์ที่หนักแน่น มีไฮไลท์แบบฟุ้ง ๆ จึงทำให้ภาพออกมาในโทนคลาสสิค ตัดกันระหว่างเงาดำ และเฉดสีสว่างซีด ซึ่งดูเหมือนภาพกำลังถ่ายทอดเรื่องราวไปในตัว ส่วนการปรับความยาวโฟกัส ของการถ่ายภาพเซลฟี่ อาจต้องฝึกฝนการถ่ายภาพบ่อย ๆ จนเกิดความชำนาญ ก็จะสามารถปรับภาพได้แบบไม่ยาก แต่ทั้งนี้ Mini 40 ยังไม่สามารถเทียบกับ Lomography ได้ เนื่องจากยังต้องปรับปรุงเรื่อง การปรับโฟกัสที่แม่นยำ และควบคุมแสงให้ดีขึ้นนั่นเอง

รีวิว Instax Mini 40

แน่นอนว่าอย่าคาดหวังกับความแม่นยำ ของกล้องฟิล์มอินสแตนท์สไตล์วินเทจ เพราะไม่ใช่แค่กล้องของฟูจิเท่านั้น แต่กล้องอินสแตนซ์ยี่ห้ออื่น ๆ ก็ประสบปัญหาเช่นเดียวกัน เพราะนอกจากความแม่นยำดังกล่าวแล้ว คุณยังไม่สามารถควบคุมปัจจัยภายนอกได้ ดังนั้นเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด คุณควรถ่ายภาพให้ห่างจากดวงอาทิตย์เสมอ เนื่องจากกล้องฟิล์มมีความละเอียดอ่อนสูงนั่นเอง อีกอย่างการถ่ายภาพเซลฟี่ ควรถ่ายใกล้วัตถุให้มากที่สุด เพื่อให้ได้ภาพที่มีรายละเอียดมากขึ้น

บทสรุปของ Fujifilm Instax Mini 40
ถ้าคุณเป็นอีกคนที่เคยปลาบปลื้ม ความมีสไตล์ของกล้อง Instax Mini 11 เรามั่นใจได้เลยว่า Instax Mini 40 คือสิ่งที่คุณตามหาในอันดับต่อไป เพราะด้วยการออกแบบที่เก๋ สะดุดตา มีความคลาสสิคมากขึ้น ปุ่มน้อย และไม่มีโหมดถ่ายภาพที่ซับซ้อน ดังนั้นมือใหม่ที่ไม่คุ้นเคยกับกล้องฟิล์ม ก็สามารถถ่ายภาพ ได้อย่างมืออาชีพไม่ยาก เพราะระบบการเปิดรับแสงอัตโนมัตินี่เอง จึงไม่ต้องคาดเดากับภาพที่ถ่ายได้ เพราะส่วนใหญ่จะออกมาสวยเกือบทุกรูป แม้ว่าจะมีราคาแรงกว่า Mini 11 ก็ตาม แต่เมื่อพิจารณาถึงคุณสมบัติทั้งหมดแล้ว ถือว่า Fujifilm Instax Mini 40 เป็นกล้องอินสแตนท์ ที่มีความคุ้มค่า และน่าซื้อมากที่สุดในเวลานี้

ขอบคุณแหล่งที่มา techradar


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: