Facebook Twitter
gPlus 

Sophos ซื้อกิจการ Invincea เพิ่มความสามารถด้าน Machine Learning


ข่าวไอที ทำให้ได้โซลูชั่นตรวจจับมัลแวร์แบบที่คาดการณ์ได้ล่วงหน้า โดยอาศัยกลไก Machine Learning ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดตัวหนึ่งในท้องตลาด เร่งความเร็วในการดำเนินยุทธศาสตร์การปกป้องเอนด์พอยต์แบบ Next-Gen ของ Sophos ได้ด้วยอัลกอริทึมปัญญาประดิษฐ์ (AI) แบบ Deep Learning เทคโนโลยีของ Invicea จะผสานเข้ากับโซลูชั่นแบบ Next-Gen ต่างๆ ของ Sophos ผ่านแพลตฟอร์มจัดการความปลอดภัยแบบซิงโครไนซ์อย่าง Sophos Central

Norm Laudermilch
Sophos (LSE: SOPH) ผู้นำระดับโลกด้านความปลอดภัยบนเอนด์พอยต์และเครือข่าย ได้แถลงว่า ตนเองกำลังอยู่ระหว่างการตกลงเพื่อเข้าซื้อกิจการ Invincea ซึ่งเป็นผู้ให้บริการปกป้องมัลแวร์แบบ Next-Gen ที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ความปลอดภัยสำหรับเอนด์พอยต์ของ Invincea ได้ถูกออกแบบมาเพื่อตรวจจับและป้องกันทั้งมัลแวร์ที่ไม่รู้จัก และการโจมตีที่ซับซ้อน ผ่านอัลกอริทึมเครือข่ายรับสัญญาณแบบร่างแหที่ใช้กลไก Deep Learning ซึ่งได้รับการจดสิทธิบัตรเป็นของคนเอง ซึ่งเทคโนโลยีนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีปกป้องเอนด์พอยต์แบบ Next-Gen ที่ไม่ต้องใช้ข้อมูลซิกเนเจอร์ และใช้กลไก Machine Learning ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในวงการมาอย่างต่อเนื่องโดยผู้ทดสอบจากเธิร์ดปาร์ตี้ และได้รับคะแนนทดสอบสูงมากทั้งด้านการตรวจจับที่แม่นยำ และอัตราการตัดสินใจผิดพลาดที่น้อยมาก

Invincea มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองแฟร์แฟ็กซ์ รัฐเวอร์จิเนีย ก่อตั้งโดยซีอีโอ Anup Ghosh ที่มุ่งมั่นกำจัดอันตรายแบบ Zero-day,อาชญากรไซเบอร์, และกลุ่มโจรออนไลน์ที่กำลังเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน ด้วยผลิตภัณฑ์หลักอย่าง X by Invincea ที่มีการใช้เครือข่ายตรวจจับสัญญาณอย่างทั่วถึงทั้งระบบ ที่ใช้กลไก Deep Learning รวมถึงการตรวจจับพฤติกรรม เพื่อตรวจหามัลแวร์ที่ไม่รู้จักมาก่อน และหยุดยั้งการโจมตีก่อนที่จะเกิดความเสียหาย และจากการมุ่งทำตลาดในกลุ่มหน่วยงานภาครัฐ, สถานพยาบาล,และธุรกิจบริการทางการเงิน ทำให้ Invincea ถูกนำไปติดตั้งบนเครือข่ายที่ถือว่าตกเป็นเป้าการโจมตีที่สำคัญที่สุดในโลก

"ด้วยการเพิ่ม Invincea เข้ามาในกลุ่มผลิตภีณฑ์ของเรา ทำให้ Sophos สามารถผลักดันวิสัยทัศน์ของตนเองที่จะผสานรวมเทคโนโลยีทรงพลังเข้าด้วยกัน เพื่อให้ระบบป้องกันที่ดีที่สุด และล้ำสมัยมากที่สุดแก่ลูกค้าของเรา" Kris Hagerman ซีอีโอของSophos กล่าว "Invincea เป็นระบบตรวจจับอันตรายที่ใช้กลไก Machine Learning ที่อยู่ระดับผู้นำในตลาด ด้วยอัตราการตรวจจับอันตรายอันเยี่ยมยอด และอัตราการวินิจฉัยผิดพลาดที่น้อยมาก Invincea จะยกระดับความแข็งแกร่งของโซลูชั่นปกป้องเอนด์พอยต์แบบ Next-Gen ของ Sophos ด้วยการเสริมระบบป้องกันเชิงคาดการณ์ที่แม่นยำ ซึ่งเราเชื่อว่าจะเป็นสิ่งที่สำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับการปกป้องเอนด์พอยต์ในอนาคต และทำให้เราได้ใช้ประโยชน์จากโอกาสนี้ในการเติบโตขึ้นอีกระดับ เราภูมิใจที่จะได้ต้อนรับทีมงานของ Invincea เข้ามาสู่อ้อมกอดของ Sophos และคาดหวังที่จะพัฒนาฟีเจอร์ต่างๆ จากเทคโนโลยีชั้นสูงนี้ ให้แก่ลูกค้าและพาร์ทเนอร์ของเราทั่วโลกต่อไป"

Sophos ได้รับการยกย่องให้เป็นผู้นำด้านการปกป้องเอนด์พอยต์ในปัจจุบัน ด้วยชุดเทคโนโลยีแบบ Next-Gen ที่หลากหลายและครอบคลุม อันได้แก่ เทคโนโลยีแอนติมัลแวร์, ระบบป้องกันการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่, และแอนติแรนซั่มแวร์แบบไม่ต้องพึ่งพาการอัพเดตข้อมูลซิกเนเจอร์ ที่พบในโซลูชั่น Intercept X รวมทั้งระบบการวิเคราะห์เชิงพฤติกรรม, การตรวจจับทราฟิกอันตราย, และการตรวจสอบความน่าเชื่อถือเอนด์พอยต์ที่มีใน Sophos Endpoint Protection ซึ่งเทคโนโลยีการป้องกันและตรวจจับมัลแวร์แบบMachine Learning ของ Invincea นี้จะถูกผสานเข้ากับกลุ่มผลิตภัณฑ์ด้านการปกป้องเอนด์พอยต์ของ Sophos อย่างเต็มรูปแบบ ยกระดับความแข็งแกร่งของสถานะผู้นำของ Sophos ในตลาดที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วนี้ การที่มีเทคโนโลยีของ Invincea ให้เข้าถึงได้ผ่านทางแพลตฟอร์มจัดการความปลอดภัย Sophos Central ยิ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบความปลอดภัยแบบซิงโครไนซ์ และการแบ่งปันข้อมูลระหว่างกันแบบเรียลไทม์อย่างอัจฉริยะของ Sophos อีกด้วย

"เราได้เริ่มก่อตั้ง Invincea ด้วยวิสัยทัศน์ที่ต้องการพัฒนาเทคโนโลยีที่ไม่ต้องใช้ข้อมูลซิกเนเจอร์ ซึ่งรวมถึง Machine Learning เพื่อให้ได้วิธีปกป้ององค์กรที่เป็นนวัตกรรมแบบใหม่สำหรับต่อกรกับการโจมตีทางไซเบอร์ที่มีความซับซ้อนมากที่สุดได้" Anup Ghosh ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Invincea ได้ให้ความเห็นเพิ่มเติม "X by Invincea ได้แสดงถึงเทคโนโลยียุคใหม่ด้านแอนติไวรัส ที่ทำงานโดยใช้เทคโนโลยี Deep Learning และการเฝ้าตรวจสอบพฤติกรรม ซึ่งการเข้าร่วมทีมกับ Sophos ถือเป็นโอกาสที่สมบูรณ์แบบในการนำเทคโนโลยีชั้นสูงที่ผ่านการพิสูจน์เป็นที่ยอมรับมาแล้วของเรา ออกสู่ตลาดระดับโลก และเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของระบบความปลอดภัยแบบซิงโครไนซ์ที่ครบวงจร Sophos ได้เป็นผู้นำในวงการผลิตภัณฑ์ความปลอดภัยนี้ด้วยการเปิดรับ และนำวิสัยทัศน์ในการพัฒนาระบบความปลอดภัยแบบบูรณาการ, ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง, ครอบคลุมอย่างสมบูรณ์แบบ ที่สั่นสะเทือนวงการอย่างมาก เราจึงดีใจเป็นอย่างยิ่งที่จะเข้าร่วมทีมเพื่อทำให้วิสัยทัศน์ดังกล่าวเป็นจริงได้"

Norm Laudermilch ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายปฏิบัติการ และหัวหน้าฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ Invincea ได้กล่าวเสริมว่า "Invincea ได้บุกเบิกนวัตกรรมใหม่ที่สั่นสะเทือนรูปแบบของแอนติไวรัสเดิมในตลาด และด้วยปัจจุบันที่ไม่มีเทคโนโลยีหนึ่งเดียวใดๆ ที่สามารถปกป้องลูกค้าได้อย่างเต็มที่ เราจึงมองวิสัยทัศน์แบบเดียวกับ Sophos ที่จะนำการผสานรวมเอาเทคโนโลยี Next-Gen ที่ทรงพลังทั้งหลาย มายกระดับประสิทธิภาพของการปกป้องเอนด์พอยต์โดยรวมให้ดีขึ้นอย่างมหาศาล ด้วยทีมงานทางเทคนิคระดับโลกของเราที่Invincea ทำให้เราคาดหวังที่จะเข้าร่วมทีมกับ Sophos ในการทำตามความมุ่งมั่นและวิสัยทัศน์ที่ยิ่งใหญ่และน่าตื่นเต้นนี้"

กลุ่มผลิตภัณฑ์ความปลอดภัยเอนด์พอยต์ของ Invincea ได้แก่ X by Invincea จะยังได้รับการสนับสนุนและมีการจำหน่ายอยู่อย่างต่อเนื่องโดย Invincea ซึ่งสามารถติดต่อผ่านเครือข่ายพาร์ทเนอร์ที่จดทะเบียนไว้ของ Invincea ได้

Sophos ได้ตกลงที่จะซื้อกิจการของ Invincea จากผู้ถือหุ้นในปัจจุบัน ด้วยเงินสดมูลค่ารวมกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ พร้อมทั้งมูลค่าทรัพย์สินที่ซื้อเพิ่มเติมกว่า 20 ล้านดอลลาร์ฯ โดย Sophos จะยังรักษาสำนักงานของ Invincea ในแฟร์แฟล็ก ส่วนซีอีโออย่างAnup Ghosh และซีโอโอ Norm Laudermilch จะเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทีมผู้บริหารสำคัญของ Sophos สำหรับตัวเลขสรุปที่แน่นอนจะขึ้นกับการตกลงในขั้นสุดท้าย ส่วน Invincea Labs ที่เป็นหน่วยงานของ Invincea ซึ่งแยกตัวออกมาบริหารจัดการต่างหากตั้งแต่ปี 2555 ได้ถูกดึงออกมา และไม่ถือเป็นส่วนหนึ่งในการซื้อกิจการครั้งนี้

กลับขึ้นด้านบน