Facebook Twitter
gPlus 

Pure Storage เปิดตัวระบบจัดเก็บข้อมูลแบบออลแฟลชชั้นนำ


ข่าวไอที วันนี้ Pure Storage (NYSE: PSTG) เผยวิสัยทัศน์ของแพลทฟอร์มการจัดเก็บข้อมูลในยุคสมัยแห่งคลาวด์ในงาน Pure Live ที่จัดขึ้นในกรุงเทพมหานคร เพื่อช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรม และเปลี่ยนแปลงธุรกิจได้อย่างราบรื่น แพลทฟอร์มล่าสุดของ Pure Storage นี้ประกอบไปด้วยความสามารถใหม่ๆ ภายในระบบซอฟต์แวร์มากกว่า 25 รายการ พร้อมกับยังมีการปรับปรุงฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่ๆ อย่างครอบคลุมอีกด้วย

Pure Storage เปิดตัวระบบจัดเก็บข้อมูลแบบออลแฟลชชั้นนำ
"ข้อมูลนั้นถือเป็นสายเลือดที่หล่อเลี้ยงชีวิตเหล่าธุรกิจในยุคสมัยแห่งดิจิทัล และการทำ Digital Transformation เองนั้นก็ไม่ใช่เพียงแค่คำกล่าวเพียงลอยๆ อีกต่อไป ทุกวันนี้มีเกือบ 60% ของธุรกิจในไทยที่สามารถสร้างรายได้เกินกว่าครึ่งจากบริการดิจิทัลเท่านั้น ซึ่งธุรกิจดิจิทัลสมัยใหม่เช่นนี้ต้องการแพลทฟอร์มจัดเก็บข้อมูลที่ทำให้ธุรกิจสามารถสร้างระบบแอพพลิเคชันประเภทใหม่ขึ้นมาได้ สามารถสร้างองค์ความรู้ได้จากข้อมูลที่มีอยู่ และยังต้องทำได้ในเวลาแบบทันท่วงที"  กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคอาเซียนและไต้หวันแห่ง Pure Storage กล่าว "ด้วยระบบโครงสร้างพื้นฐานซึ่งสามารถสนับสนุนระบบวิเคราะห์ข้อมูลที่มีความสำคัญสูงสุดได้ด้วยการตอบ สนองในแบChua Hock Lengบทันท่วงที องค์กรในประเทศไทยจะสามารถเพิ่มความเร็วในการสร้างนวัตกรรม, เร่งเวลาในการเข้าสู่ตลาดให้เร็วขึ้นได้ และที่สำคัญที่สุดนั้นก็คือ สามารถสร้างผลลัพธ์ที่เกิดจากข้อมูลเหล่านี้สู่ลูกค้าของธุรกิจได้"

ปัจจุบันได้มีการประมาณการว่า จะมีการสร้างข้อมูลประมาณ 50 เซ็ตตาไบต์ (ZB) เกิดขึ้นในปี 2020 (เพิ่มขึ้นจากปี 2016 ที่มีเพียง 4 ZB เท่านั้น) และ 5 ปีถัดจากนั้นก็จะมีการสร้างข้อมูลมากถึง 180 ZB ในปี 2025 ซึ่งถือเป็นอัตราการเติบโตที่รวดเร็วอย่างไม่เคยมีมาก่อน โดยเมื่อศูนย์กลางการสร้างข้อมูลนั้นได้เปลี่ยนจากมนุษย์กลายไปเป็นเครื่องจักรนำโดยเหล่าอุปกรณ์เซ็นเซอร์, IoT, กล้องแบบดิจิทัล และอุปกรณ์ต่างๆ หลากหลายที่เชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายก็จะทำให้ข้อมูลเกิดขึ้นมาอย่างมหาศาลนั่นเอง ในขณะเดียว กัน ความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านี้ก็ได้ถูกเปลี่ยนไปจากการใช้ความสามารถในการรู้จำของมนุษย์เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลในรูปแบบเดิมๆ อย่างในอดีต ไปสู่การใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI), Machine Learning, Neural Networks และการวิเคราะห์ข้อมูลปริมาณมหาศาลในแบบทันท่วงทีแทนระบบแอปพลิเคชันใหม่ที่ใช้ข้อมูลในการขับเคลื่อนเหล่านี้ จะต้องการระบบจัดเก็บข้อมูลรูปแบบใหม่ที่ใช้กลวิธีซึ่งแตกต่างจากในปัจจุบันและถูกออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อรองรับการเข้าถึงข้อมูลพร้อมๆ กันเป็นปริมาณมหาศาล ด้วยแบนด์วิดธ์ในระดับที่สูงเป็นอย่างมากนั่นเอง

Pure Storage เปิดตัวระบบจัดเก็บข้อมูลแบบออลแฟลชชั้นนำ
เพื่อช่วยให้องค์กรต่างๆ ในประเทศไทยไปถึงเป้าหมาย Pure Storage จึงได้ประกาศเปิดตัวฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ใหม่ล่าสุด ในงาน Pure Live ดังต่อไปนี้ นิยามใหม่ของระบบจัดเก็บข้อมูลระดับ Tier 1

  ซอฟต์แวร์ Purity//FA 5.0 รุ่นใหม่สำหรับผลิตภัณฑ์ตระกูล FlashArray ของ Pure Storage ได้สร้างนิยามใหม่สำหรับระบบจัดเก็บข้อมูลระดับ Tier 1 สามารถตอบโจทย์ของระบบงานที่มีความสำคัญสูงภายใต้ยุคสมัยแห่งคลาวด์ในรูปแบบใหม่ จุดเด่นภายใน Purity//FA 5.0 ก็คือเทคโนโลยี ActiveCluster ซึ่งเป็นโซลูชั่นการทำ Cluster ระยะไกลในแบบ Active/Active ที่ช่วยเพิ่มความทนทานของระบบได้ในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน ทำให้ธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างต่อเนื่องด้วยศูนย์ข้อมูล หรือภายในระดับภูมิภาคระหว่างเมือง จุดเด่นอื่นๆ ของ Purity//FA 5.0 ที่เปิดตัวมานี้ รวมถึงการทำ QoS ได้ตามนโยบายที่กำหนด ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการควบรวมระบบงานในหลากหลาย Tier เข้ามาอยู่ภายใน FlashArray ชุดเดียวกัน หรือการทำโมเดลทางธุรกิจในรูปแบบของผู้ให้บริการ (Service Provider) และความสามารถที่มีชื่อว่า Purity CloudSnap ซึ่งเป็นความสามารถใหม่ในการย้าย Snapshot เข้าหรือออกจากบริการคลาวด์สาธารณะได้อย่างอิสระ

Pure Storage เปิดตัวระบบจัดเก็บข้อมูลแบบออลแฟลชชั้นนำ
นอกจากความสามารถใหม่ๆ ในระบบซอฟต์แวร์ที่ถูกเสริมเข้ามานี้ Pure Storage ก็ยังคงประกาศเปิดตัว DirectFlash Shelf รุ่นใหม่ที่ใช้ NVMe 100% ซึ่งเป็นระบบจัดเก็บข้อมูลหลักแบบออลแฟลชแรกของวงการที่ใช้ NVMe ทั้งหมด ซึ่ง DirectFlash Shelf รุ่นใหม่นี้จะใช้ DirectFlash Module แบบ Software-defined อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ Pure Storage ทำให้สามารถเพิ่มขยายระบบ FlashArray//X จาก Chassis หลักได้ ด้วยการเชื่อมต่อแบบ NVMe ผ่านเครือข่าย 50Gb/s RoCE v2 NVMe/F ซึ่งจะยิ่งตอกย้ำความเป็นผู้นำของ Pure Storage ในการนำเทคโนโลยี NVMe มาใช้ในสถาปัตยกรรมของระบบออลแฟลชที่จะขับเคลื่อนประสิทธิภาพและความหนาแน่นของระบบให้สูงยิ่งขึ้นไปในอีก 10 ปีนับถัดจากนี้

จากข้อมูลขนาดใหญ่ สู่ข้อมูลที่ชาญฉลาด

การเปลี่ยนแปลงของวงการ Big Data ได้ทำให้องค์กรทั้งหลายสามารถรวมศูนย์ข้อมูลทั้งหมดเข้าด้วยกันได้สำเร็จ แต่ที่ผ่านมานั้น Big Data มักหมายถึงข้อมูลที่นำไปใช้งานได้ช้า ระบบ FlashBlade อันจะนำมาซึ่งการปฏิวัติรูปแบบโดย Pure Storage นี้ ทำให้ Big Data กลายเป็นข้อมูลที่มีความเร็วสูง และทำให้สามารถทำการวิเคราะห์ข้อมูลแบบทันท่วงทีได้อย่างต่อเนื่อง, สามารถรองรับระบบ AI และ Machine Learning (ML) ที่มีความซับซ้อนสูงได้ และสามารถจำลองระบบได้อย่างต่อเนื่องสำหรับข้อมูลในทุกขนาด ในงาน Pure Live วันนี้ Pure Storage ได้ออกตัวผลิตภัณฑ์ตระกูล FlashBlade ใหม่จำนวนมาก เช่น ความสามารถในการเพิ่มขยายระบบได้ถึง 75 เบลด และมีความจุ 8 เพตาไบท์ภายในระบบเดียว เพื่อช่วยในการประมวลผลข้อมูลจำนวนมากขึ้นได้ด้วยความเร็วที่สูงขึ้น, การรองรับบริการ S3 Object Store ในแบบออลแฟลชความเร็วสูง เพื่อรองรับการใช้งานสำหรับจัดเก็บข้อมูลในธุรกิจสื่อ, สาธารณสุข และการวิเคราะห์ข้อมูลชั้นสูง และเบลดล่าสุดความจุ 17TB ที่จะมาเติมเต็มเบลดเดิมที่มีทางเลือกเพียงแค่ 8TB และ 52TB เท่านั้น รองรับการทำ Multi-Cloud

คลาวด์นั้นอยู่ทุกหนแห่ง ทั้งภายในศูนย์ข้อมูลหลัก และศูนย์ข้อมูลรองตามสาขา ที่ซึ่งปริมาณข้อมูลและความเร็วในการเข้าถึงข้อมูลเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการประมวลผลในพื้นที่นั้นๆ และปัจจุบัน คลาวด์ก็ยังได้เพิ่มขยายไประหว่างหลายผู้ให้บริการ IaaS และ SaaS ด้วย ซึ่งไม่ว่าองค์กรจะเลือกใช้งานคลาวด์ใดจากที่ใด ระบบแพลทฟอร์มจัดเก็บข้อมูลของ Pure Storage ก็จะช่วยให้การจัดเก็บข้อมูลในสภาพแวดล้อมแบบ Multi-Cloud นี้เป็นไปได้อย่างง่ายดาย ด้วยความสามารถใหม่ๆ ที่ทำให้ระบบคลาวด์กลายเป็นเรื่องง่ายดายที่สุดไม่ว่าจะสำหรับแพลทฟอร์มใด ด้วยการรองรับ VMware VVOLs, Microsoft ODX, Docker Persistent Containers, การผสานระบบปกป้องข้อมูลเข้ากับผู้ให้บริการคลาวด์สาธารณะ และโซลูชั่น FlashStack ที่ผ่านการทดสอบมาก่อนแล้ว เพื่อเร่งให้การสร้างคลาวด์เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

ระบบจัดเก็บข้อมูลที่ขับเคลื่อนได้ด้วยตนเอง

วันนี้ Pure Storage ได้เปิดตัว Pure1 META ระบบแพลทฟอร์มปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence – AI) ซึ่งทำให้วิสัยทัศน์ของระบบจัดเก็บข้อมูลที่ขับเคลื่อนได้ด้วยตนเองของเราเป็นจริงขึ้นมา Pure1 META จะทำการประมวล ข้อมูลจากทั่วโลกออกมาเป็นองค์ความรู้ด้วยการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลการทำงานของระบบจัดเก็บข้อมูลทั่วโลกที่ส่งข้อมูลมามากกว่า 1 ล้านล้านชุดในแต่ละวัน ทำให้การบริหารจัดการ, การวิเคราะห์ข้อมูล และการสนับสนุนการใช้งานกลายเป็นเรื่องง่ายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน อีกทั้งยังเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่สำหรับการนำ AI และ Machine Learning มาใช้งานในระดับองค์กรด้วย ซึ่งจากการใช้ Workload DNA ที่ถูกสร้างขึ้นโดย Pure1 META ลูกค้าผู้ใช้งานก็จะสามารถทำนายได้ทั้งพื้นที่การใช้งานและประสิทธิภาพที่จำเป็นในอนาคต พร้อมได้รับคำแนะนำสำหรับการติดตั้งระบบงานใหม่ๆ, การทำงานร่วมกันระหว่างระบบงาน และการปรับปรุงระบบงานให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นได้อย่างแม่นยำเป็นครั้งแรกของวงการ

กลับขึ้นด้านบน