Facebook Twitter
gPlus 

iPad Pro Wi-Fi + Cellular


Review : iPad Pro WiFiรุ่น Wi-Fi + Cellular

สามารถโทรออกและรับสายได้ หลายๆคนคงสงสัยนะค่ะว่า iPad Pro นั้นมีกี่รุ่นกันแน่ จริงๆแล้ว Apple ได้ทำออกมา 2 รุ่น นั่นคือ iPad Pro และ iPad Pro wifi+ Cellular ซึ่งรูปร่างภายนอกเหมือนกันทุกประการ จะแตกต่างกันตรงที่รุ่น wifiนี้สามารถโทรออกและรับสารได้ ใส่ซิมการ์ดและเลือกใช้เครือข่ายที่ท่านต้องกานได้


iPad Pro Wi-Fi + CellularReview iPad Pro Wi-Fi + Cellular

 

ส่วนขนาดหน้าจอนั้น 12.9 นิ้ว, น้ำหนัก 723 กรัม ซึ่งน้ำหนักจะแตกต่างจากรุ่นธรรมดา 10 กรัม โดยมาพร้อมความจุทั้งหมด 4GB ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดิม 2 เท่า ส่วนเรื่องกล้องนั้นมีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล กล้องหน้า 1.2 ล้านพิกเซล มาพร้อมระบบปฎิบัติการ iOS 9 มี 3 สีให้เลือก Space Grey, Silver, และ Gold

สเปค iPad Pro มีดังนี้

- ขนาดหน้าจอ 12.9นิ้วความละเอียด 2732x2048 พิกเซล (264 ppi)
- ผลิตด้วยเทคโนโลยีแบบ Unibody
- น้ำหนัก 723 กรัม
- ซีพียู เซ็ต64-bit Apple A9X ร่วมกับชิปM9 Motion Co-Processor
- แรม 4GB
- กล้องด้านหลังความละเอียด 8ล้านพิกเซล
- กล้องด้านหน้าความละเอียด 1.2 ล้านพิกเซล
- รองรับการใช้งานบนเครือข่าย LTE (เฉพาะรุ่น 128GB Wi-Fi + Cellular)
- สามารถใส่ซิมการ์ดได้
- ระบบปฏิบัติการ iOS 9.1
- มี 3 สีให้เลือก Space Grey, Silver, และ Gold


คุณสมบัติพิเศษของ iPad Pro WiFi รุ่น Wi-Fi + Cellular

1. สามารถ FaceTime แบบวิดีโอกับอุปกรณ์ทุกชนิดที่ใช้ FaceTime ผ่าน Wi-Fi หรือระบบเซลลูลาร์ได้

 

iPad Pro Wi-Fi + CellularReview iPad Pro Wi-Fi + Cellular

 

iPad Pro Wi-Fi + CellularReview iPad Pro Wi-Fi + Cellular

2. สามารถใส่ซิมการ์ดโทรศัพท์แบบ Nano Sim ได้โดยท่านสามารถเลือกเครือข่ายที่ท่านต้องการใช้อย่างสะดวกเลยค่ะ

ดังนั้นคุณจึงยังคงการเชื่อมต่อได้อยู่เสมอแม้จะอยู่นอกรัศมีของฮอตสปอตWi-Fi ก็ตาม1 Apple SIM มีติดตั้งอยู่ใน iPad รุ่น Wi-Fi + Cellular หลายๆ รุ่นในบางประเทศ และมาพร้อม iPad Pro รุ่น 12.9 นิ้ว รวมถึงยังมีวางจำหน่ายแยกต่างหากเป็นชุดเดี่ยวที่ Apple Store เกือบทุกแห่งอีกด้วย2 ซึ่งเมื่อคุณเดินทางไปต่างประเทศ Apple SIM ก็จะช่วยเพิ่มความคล่องตัวให้คุณติดต่อสื่อสารได้ตลอดเวลาในกว่า 100 ประเทศและเขตปกครองทั่วโลก


การออกแบดีไซน์


iPad Pro Wi-Fi + CellulariPad Pro Wi-Fi + Cellular

iPad Proรุ่น Wi-Fi + Cellular มาพร้อมกับหน้าจอแบบ Retina ขนาด 12.9 นิ้ว ความละเอียด 2732 x 2048พิกเซล ซึ่งมีพื้นที่การแสดงผลภาพมากกว่า iPad Air 2 ถึง 78% และมีจำนวนพิกเซลสูงถึง 5.6 ล้านพิกเซลเลยทีเดียว นอกจากนี้ ยังเป็นจอภาพที่มีความละเอียดสูงที่สุดในบรรดาอุปกรณ์ iOS ทั้งหมด เป็น iPad ที่สมบูรณ์แบบเอามากๆค่ะ


iPad Pro Wi-Fi + CellulariPad Pro Wi-Fi + Cellular


อุปกรณ์เสริม รุ่น Wi-Fi + Cellular

1. Smart Keyboard

นอกจากนี้แล้ว Apple ยังออกอุปกรณ์เสริมออกมาให้ผู้ใช้งานสะดวกในการช้งานมากขึ้น โดยอุปกรณ์เสริมที่ว่านี้มี 2 อุปกรณ์ นั่นคือ Smart Keyboardคีย์บอร์ดที่เชื่อมต่อผ่านพอร์ตด้านข้างตัวเครื่องเรียกว่า Smart Connecter ทางแอปเปิลเคลมว่าตัวคีย์บอร์ดให้การสัมผัสได้เหมือนกับการพิมพ์บนคีย์บอร์ดพีซีทั่วไป มี 64 ปุ่มแบบไร้รอยต่อสิ่งที่แตกต่างจากคีย์บอร์ดทั่วไป ก็คือการที่ไม่มีช่องอยู่ระหว่างปุ่มเลย และยังมีการเคลือบผิวเพื่อให้ทนต่อคราบหรือน้ำอีกด้วย และใช้เป็นเคสปิดหน้าจอได้ในตัว


iPad Pro Wi-Fi + CellularReview iPad Pro Wi-Fi + Cellular

iPad Pro Wi-Fi + CellularReview iPad Pro Wi-Fi + Cellular


2. Apple Pencil


iPad Pro Wi-Fi + CellularReview iPad Pro Wi-Fi + Cellular


Apple Pencil ดินสอที่สามารถขีดเขียนให้ความรู้สึกเหมือนจริง ตอบสนองได้รวดเร็ว รับแรงกดได้สูงสุด 2048 ระดับ ทำให้การเขียนและการวาดภาพทำได้สวยงามบน WiFiรุ่น Wi-Fi + Cellular


iPad Pro Wi-Fi + CellularReview iPad Pro Wi-Fi + Cellular


บนตัวดินสอจะมีพอร์ต Lightning ใช้สำหรับเสียบชาร์จเข้ากับ iPad Pro โดยชาร์จแค่ 15 วินาที ใช้งานได้ 30 นาที หากชาร์จเต็มก็จะใช้งานได้ 12 ชั่วโมง

ฟีเจอร์ต่างๆ

WiFi รุ่น Wi-Fi + Cellular มาพร้อมหน้าจอขนาดใหญ่ 12.9 นิ้ว ซึ่งถือว่าเป็นไอแพดที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่ Apple เคยทำมา ถึงแม้ว่ามันจะดูใหญ่แต่การทำงานนั้นอลังการมากกว่าเพราะว่ามันใช้งานระบบปฎิบัติการ iOS 9

ด้วยชิปเซ็ตรุ่นใหม่อย่าง 64-bit Apple A9X ส่งผลให้ iPad Pro มีประสิทธิภาพในการทำงานอย่างล้นเหลือไม่ว่าจะเป็นการตัดต่อภาพ, การเรนเดอร์ไฟล์วิดีโอ หรือการใช้งานที่ต้องการการประมวลผลระดับสูง โดยการประมวลผลซีพียูของ iPad Pro แรงกว่า iPad Air 2 ถึง 1.8 เท่า


iPad Pro Wi-Fi + CellularReview iPad Pro Wi-Fi + Cellular


และการประมวลผลกราฟิกก็แรงกว่าถึง 2 เท่าอีกด้วย รวมไปถึงการใช้งานหลายแอปพลิเคชันพร้อมกัน ก็สามารถประมวลผลได้อย่างลื่นไหลไม่มีสะดุด


iPad Pro Wi-Fi + CellularReview iPad Pro Wi-Fi + Cellular


WiFi รุ่น Wi-Fi + Cellular มาพร้อมกับระบบเสียง 4 ลำโพงรอบทิศทาง

iPad Pro Wi-Fi + CellularReview iPad Pro Wi-Fi + Cellular

 

ด้วยขนาดหน้าจอที่ใหญ่ การมีลำโพงเพียงด้านเดียวหรือสองด้านอาจเป็นปัญหาในการรับฟังเสียงได้ iPad Pro จึงแก้ปัญหาด้วยการจัดลำโพงมาให้ถึง 4 ตัว เพื่อให้ระบบเสียงมีความอลังการไม่แพ้จอภาพ ซึ่งระบบเสียงของ iPad Pro มีประสิทธิภาพดีกว่า iPad รุ่นอื่นถึง 3 เท่า อีกทั้งระบบเสียงยังสามารถตรวจสอบได้ว่าคุณกำลังถือ iPad Pro ในแนวตั้งหรือแนวนอน เพื่อปรับระดับ และทิศทางของเสียงให้แสดงออกมาได้อย่างถูกต้อง และชัดเจนที่สุดเป็นอีกความอลังการหนึ่งที่ทาง Apple ทำให้ iPad Pro ทรงคุณค่ามากขึ้นค่ะ

กล้อง
iPad Pro ยังรองรับการถ่ายภาพอย่างเต็มรูปแบบอีกด้วย โดยมาพร้อมกับกล้องด้านหน้า ความละเอียด 1.2 ล้านพิกเซล และกล้องด้านหลัง ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงกว้างสูงสุด ƒ/2.4 และรองรับการถ่ายภาพแบบพาโนรามา

iPad Pro Wi-Fi + Cellular

Review iPad Pro Wi-Fi + Cellular


แบตเตอรี่
รุ่น Wi-Fi + Cellular สามารถใช้งานได้ยาวนานมากๆ โดยจุดเด่นของรุ่นนี้ แบตเตอรี่ก็ถือว่าเป็นจุดที่ให้คะแนนเต็มสิบเลยค่ะ เพราะมันสามารถใช้งานได้นานถึง 10 ชั่วโมง แม้ว่าคุยจะเล่นหนักขนาดไหนก็ไม่ต้องกังวลว่าแบตเตอรี่จะหมดเร็ว เหมาะกับการพกพาเอามากๆเลยค่ะ

สรุป
iPad Pro Wi-Fi + Cellular นี้เป็นรุ่นที่ไม่แตกต่างจากรุ่นธรรมดาเท่าไหร่ เพียงแต่มีสิ่งที่แตกต่างกันอยู่เล็กน้อย นั่นคือมันสามารถโทรเข้าโทรออกได้ ใส่ซิมการ์ดโทรศัพท์แบบ Nano Sim ได้ซึ่งเป็นที่โปรมากๆ ครบครันเลยทีเดียว สุดท้ายแล้วถ้าถามว่า iPad Pro เหมาะกับใครมากที่สุด ตอบได้เลยว่ามันเหมาะกับบุคคลที่จะเอามันมาใช้งานอย่างเช่น พิมพ์งาน ส่งไฟล์ต่างๆ มันสามารถไปกับคุณได้ทุกๆที่ แต่สำหรับใครที่ไม่คิดที่จะเอามาใช้งานพวกนี้แล้ว ไม่ขอแนะนำดีกว่าค่ะ เพราะว่าราคามันสูงมาก

กลับขึ้นด้านบน