Facebook Twitter
gPlus 

88 % ขององค์กรในไทยเชื่อว่า คลาวด์คอมพิวติ้งขับเคลื่อนให้ระบบไอที


ข่าวไอที ฉบับนี้เป็นของ วีเอ็มแวร์ อิงค์ ผู้นำระดับโลกด้านโครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์และเวอร์ชวลไลเซชั่นนำเสนอผลสำรวจดัชนีคลาวด์ของวีเอ็มแวร์ (VMware Cloud Index) ที่จัดทำขึ้นเป็นครั้งที่ 4 ประจำปี 2556 โดยดัชนีระบบคลาวด์ของวีเอ็มแวร์แสดงให้เห็นถึงการใช้งานระบบคลาวด์ในประเทศไทยมีอัตราเพิ่มขึ้น 88%ของผู้ตอบแบบสอบถามมีการใช้หรือวางแผนที่จะใช้โซลูชั่นคลาวด์ เพื่อช่วยทำให้ระบบไอทีและธุรกิจมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นตลอดจนระบบคลาวด์จะเป็นแนวโน้มของคำตอบในการดำเนินธุรกิจ และ 78% ของผู้ตอบแบบสอบถามเชื่อมั่นว่าด้วยวิธีการจัดการซอฟต์แวร์ (software-defined) ซึ่งถูกนำไปติดตั้งและใช้ในการจัดการทรัพยากรต่างๆ ของศูนย์ข้อมูล ( เซิร์ฟเวอร์, หน่วยจัดเก็บข้อมูล, ระบบเครือข่าย ) จะมีผลกระทบต่อองค์กรอย่างชัดเจนมากขึ้นในอีก 2-3 ปีข้างหน้า

ดัชนีคลาวด์ของวีเอ็มแวร์เป็นผลงานการศึกษาที่ดำเนินการโดยฟอร์เรสเตอร์ คอนซัลติ้ง (Forrester Consulting) ในนามของวีเอ็มแวร์ เพื่อสอบถามความคิดเห็นของเจ้าหน้าที่ไอทีอาวุโส และผู้ที่มีบทบาทในการตัดสินใจทางธุรกิจจำนวน 2,785 คนจาก 10 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รวมทั้งผู้ตอบแบบสอบถามที่เป็นคนไทย 174 คน โดยมีการนำเสนอผลการสำรวจดังกล่าวในการประชุมประจำปี VMware Solutions Symposium (VSS) ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเทพมหานครฯ

คลาวด์คอมพิวติ้ง ขับเคลื่อนระบบไอทีสร้างธุรกิจให้เติบโตยิ่งขึ้น

ผลสำรวจดัชนีคลาวด์ของวีเอ็มแวร์ประจำปี 2556 พบว่าการประมวลผลแบบคลาวด์มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการเพิ่มความได้เปรียบในด้านการแข่งขันให้กับบริษัทต่างๆ เป็นจำนวนมากในประเทศไทย การลดค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อลดการซับซ้อนและช่วยเพิ่มทรัพยากรด้านไอทีใหม่ๆ ให้เกิดขึ้น (74 %) คือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับปรับปรุงการดำเนินงานด้านไอที/ธุรกิจ นอกจากนี้ผู้ตอบแบบสอบถามยังเชื่อว่าการประมวลผลแบบคลาวด์มีความสามารถในการทำให้ระบบไอทีที่มีอยู่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้น ( 91% ) และ 88% ของผู้ตอบแบบสอบถามคิดว่าการใช้งานคลาวด์ และบริการที่อยู่ในรูปแบบ ‘as-a-Service’ จะมีผลกระทบกับธุรกิจอย่างชัดเจนใน อีก 2-3 ปีข้างหน้า

ดร.ชวพล จริยาวิโรจน์ ผู้จัดการประจำประเทศไทยและภูมิภาคอินโดจีน วีเอ็มแวร์ ประเทศไทย กล่าวว่า "วิสัยทัศน์ของวีเอ็มแวร์เน้นไปที่การเป็นศูนย์กลางในการเสริมสร้างศักยภาพด้านไอทีไปช่วยให้องค์กรต่างๆทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้รับผลกำไรที่เพิ่มขึ้น โดยการใช้ประโยชน์ของคลาวด์ ในการสร้างให้ระบบไอทีมีโครงสร้างพื้นฐานที่เรียบง่าย ทรงประสิทธิภาพทำให้ธุรกิจต่างๆ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงาน และลดต้นทุนด้านค่าใช้จ่ายขององค์กรได้เป็นอย่างดี "

ผู้ตอบแบบสอบถามของประเทศไทยให้ความสำคัญ กับการเตรียมองค์กรได้อย่างรวดเร็วตลอดจนการทำงานได้ตลอดเวลาโดยไม่มีภาวะชะงักงันของระบบจัดเก็บข้อมูลและเครือข่าย เช่นเดียวกันกับผู้ตอบแบบสอบถามของ

ฟิลิปปินส์และเวียดนาม ที่เห็นว่าความคล่องตัวขององค์กรเป็นความสำคัญสูงสุด สำหรับในประเทศไทยระบบคลาวด์ คอมพิวติ้ง มีบทบาทอย่างมากในช่วงวิกฤตอุทกภัยเมื่อปี 2554 ซึ่งองค์กรต่างๆได้ตระหนักถึงความจำเป็นในการบริหารความเสี่ยงที่มีการนำเทคโนโลยี คลาวด์ มาใช้สำหรับการสำรองและกู้คืนข้อมูลจากภัยพิบัติ นอกจากนี้องค์กรธุรกิจในประเทศไทยยังยอมรับว่าระบบไอทีมีบทบาทสำคัญในการกำหนดรูปแบบบริการ ช่วยต้นทุนในการดำเนินการช่วยกู้คืนความสูญเสียต่างๆ และทำให้ธุรกิจดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่องอีกด้วย

ระบบคลาวด์เป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านไอที

จากการสำรวจพบว่า 82% ของผู้ตอบแบบสอบถามเชื่อว่าระบบคลาวด์ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในวงการไอที และเป็นแหล่งเพิ่มมูลค่าให้กับองค์กรธุรกิจ นอกจากนี้ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ (83%) พิจารณาถึงความสำคัญต่อธุรกิจในอีก 12 เดือนข้างหน้า คือความจำเป็นในการรับมือกับความคาดหวังของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นตลอดจนการเพิ่มความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าให้ได้มากที่สุด – อันดับรองลงมาคือการปรับปรุงคุณภาพและความสามารถของผลิตภัณฑ์ของพวกเขา ในขณะที่ 88% ยืนยันว่าหน่วยธุรกิจมักจะใช้ระบบไอทีเพื่อเข้าถึงเทคโนโลยีที่มา หรือแอพพลิเคชั่นทางธุรกิจโดยตรง และมากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามเชื่อว่าอิทธิพลและอำนาจของ CIO จะเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่มี 6% เชื่อว่ากำลังลดทอนลง

องค์กรไอทีจะต้องให้บริการการจัดเตรียมที่รวดเร็ว คุ้มค่าแก่ธุรกิจ หรือสามารถลดความเสี่ยงที่ได้รับ

ขณะที่ธุรกิจในประเทศไทยตระหนักถึงความสำคัญของคลาวด์ในฐานที่เป็นตัวเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจ ผู้มีอำนาจตัดสินใจด้านไอทีขององค์กรธุรกิจส่วนใหญ่ในประเทศไทย ( 80% ) รู้สึกได้ว่าระบบไอทีทำงานได้ช้าเกินไป ต้องเพิ่มความรวดเร็วในการบริการมากขึ้น จะทำให้ความคุ้มค่าของธุรกิจ หรือความสามารถในการลดความเสี่ยงทำได้ดียิ่งขึ้น

"มีเพียง 24% ของผู้ตอบแบบสอบถามที่เชื่อว่าการลงทุนด้านไอทีในปัจจุบันเพียงพอและสอดคล้องกับความต้องการ แม้ว่าผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ ( 90 %) เชื่อว่าระบบคลาวด์จะมีผลกับโครงการที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้หรือที่คาดว่าจะทำในอีก 2-3 ปีข้างหน้าจะมีความสำคัญต่อองค์กรธุรกิจในการประสบผลสำเร็จอย่างต่อเนื่อง" ดร.ชวพล กล่าว "วีเอ็มแวร์เชื่อว่าระบบคลาวด์ที่มีศักยภาพ จะมีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจไทย และมีส่วนช่วยให้ธุรกิจต่างๆ สามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการประมวลผลแบบคลาวด์ได้อย่างเต็มที่"

เกี่ยวกับดัชนีระบบคลาวด์ของวีเอ็มแวร์

ดัชนีคลาวด์ของวีเอ็มแวร์ ประจำปี 2556 เป็นการศึกษาธุรกิจต่างๆ ทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ยกเว้นญี่ปุ่น) ที่ดำเนินการโดยฟอร์เรสเตอร์ คอนซัลติ้ง นับเป็นปีที่สี่ของการวิจัยที่ทีมสื่อสารองค์กรของวีเอ็มแวร์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (AP) ได้จัดทำขึ้น การศึกษาครั้งนี้ได้ทำการสำรวจผู้มีอำนาจตัดสินใจด้านไอที และธุรกิจจำนวน 2,785 รายจาก 10 ประเทศในภูมิภาคนี้ ซึ่งประกอบด้วยออสเตรเลีย , จีน , ฮ่องกง, อินเดีย , อินโดนีเซีย , เกาหลี , ฟิลิปปินส์, มาเลเซีย , สิงคโปร์, ไต้หวัน , ไทย และเวียดนาม โดยฟิลิปปินส์ และเวียดนามเพิ่งเริ่มสำรวจในปีนี้

สำหรับเป้าหมายการสำรวจในปี 2556 นี้มีการเพิ่มการสำรวจเกี่ยวกับ "ศูนย์ข้อมูลในอนาคต (Next Generation Datacenters)" โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องต่อไปนี้

  • ความน่าเชื่อถือของ การรับรู้ และอิทธิพลของซีไอโอภายในองค์กรต่างๆ ที่อยู่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
  • ความคาดหวังของธุรกิจที่มีต่อระบบไอที และผลกระทบต่อกลยุทธ์ด้านศูนย์ข้อมูล
  • แนวทางและลำดับความสำคัญของการปรับปรุงบริการการจัดเตรียมให้ดีขึ้น

กลับขึ้นด้านบน