Facebook Twitter
gPlus 

เตาเศรษฐกิจ


เตาเศรษฐกิจ


เป็นเตาหุงต้มประเภทหนึ่งที่ประยุกต์มาจากเตาอั้งโล่และเตาฟืนที่ใช้กันอยู่ทั่วไป ในชนบท สามารถใช้ได้ทั้งฟืนและถ่าน จุดเด่นของเตาชนิดนี้อยู่ตรงที่สามารถนำเศษวัสดุ เหลือใช้จากภาคเกษตรที่มีอยู่จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น แกลบ ซังข้าวโพดชานอ้อย กะลามะพร้าว ลำต้นมัน สำปะหลังรวมถึงเศษใบไม้ กิ่งไม้ ที่ได้ จากการตัดแต่งกิ่ง ต้นไม้มาใช้ได้ จุดหลักของเตาอยู่ที่การมีปล่องไฟ ทำหน้าที่ช่วยดูดเขม่าควันออกไป ทำให้การเผา ไหม้ระหว่างเชื้อเพลิงผสมกับอากาศได้อย่างต่อเนื่อง


ส่วนประกอบของเตา สามารถแบ่งตามลักษณะหน้าที่และการทำงานได้เป็น 3 ส่วน
1. หน้าเตา ด้านบนเป็นส่วนที่ไว้เติมเชื้อเพลิ ด้านล่างเป็นช่องทางไหลเข้า ของอากาศ
2. กลางเตา ด้านบนเป็นส่วนที่วางภาชนะหุงต้มด้านล่างเป็นห้องที่เกิดการ ลุกไหม้ของเชื้อเพลิงผสมกับอากาศ
3. ท้ายเตา เป็นช่องทางไหลของควัน เขม่า ที่เกิดจากการเผาไหม้ โดยไหลออก ไปตามปล่องควัน

วัสดุที่ใช้ในการทำเตาเศรษฐกิจ

1. ดินเหนียวที่ไม่มีเศษวัสดุปน
2. ขี้เถ้าแกลบดำ
3. ปูนซีเมนต์
4. แผ่นอลูมิเนียม

หลักการทำงาน
เริ่มการจุดเตาในห้องเผาไหม้แล้วใส่เชื้อเพลิงลงไปในช่องเติมเชื้อเพลิงซึ่งมีตะแกรง วางเอียงลาดกับความยาวของตัวเตารองรับอยู่ และตะแกรงสามารถปรับขยับขึ้นลงได้ เพื่อป้อนอัตราการไหลของเชื้อเพลิงได้ตามความต้องการ ขยับตะแกรงให้เชื้อเพลิงไหล ลงไปในห้องเผาไหม้ เกิดการเผาไหม้ระหว่างเชื้อเพลิงผสมกับอากาศอย่างต่อเนื่องได้ หลังงานในรูปความร้อนส่งผ่านไปยังภาชนะหุงต้ม ส่วนเขม่าควันจะไหลไปตามปล่องควัน


ประโยชน์ของเตาเศรษฐกิจ
1. ประหยัดเงินที่จะซื้อเชื้อเพลิงหุงต้มอาหาร โดยสามารถนำวัสดุที่ทิ้งเปล่าประโยชน์มาใช้เป็นเชื้อเพลิงได้เป็นอย่างดี เช่น เศษหญ้า ฟางข้าว ใบไม้ แกลบ ขี้เลื่อย ต้นปอ ต้นอ้อย ซังข้าวโพด ต้นมันสำปะหลัง ฯลฯ

2. ประหยัดเวลาและแรงงานในการประกอบอาหารอย่างน้อยวันละ 1- 2 ชั่วโมง

3. บริเวณที่ใช้ประกอบอาหารและภาชนะสะอาดเพราะปล่องจะดูดเอา เขม่าต่างๆ ออกทางปล่องซึ่งอยู่พ้นจากหลังคาบ้าน ทำให้ปราศจากเขม่าที่เกิดจากการหุงต้ม

4. ให้ความร้อนสูงกว่าเตาถ่านไม้ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เพราะเตาถ่านไม้เป็นเตาโปร่งทำให้ความร้อน สูญเสียไปกับอากาศ

5. วิธีการจุดไฟสะดวก ทำได้โดยใช้เศษไม้สับเป็นชิ้นเล็กๆ หรือเศษกระดาษ ก่อเป็นเชื้อ แล้วเอาวัสดุเชื้อเพลิงวางทับเพื่อให้ไฟลุก แล้วรีบเอาภาชนะวางลงไป เตา จะดูดลมเองโดยผ่านช่องหน้าเตา โดยไม่ต้องใช้พัดหน้าเตาเหมือนเตาถ่าน

องค์ประกอบที่มีผลต่อประสิทธิภาพเตา แบ่งออกเป็น 2 องค์ประกอบ

1. องค์ประกอบภายในเตา

1)โครงสร้างและขนาดของเตา ต้องได้สัดส่วนกันทั้งความกว้าง ความยาว ของปากเตาทั้งด้านบนและด้านล่างของเตา รวมถึงความสูงและ ความเอียงของตัวเตากลาง

2) ความหนาและน้ำหนักของเตา เตาที่มีน้ำหนักและความหนาของเตามาก ความร้อนจะถูกดูดซึมเข้าสู่เนื้อเตาแทนที่จะส่งผ่านให้ภาชนะหุงต้ม

3)องค์ประกอบของดินที่ทำเตา ดินที่มีองค์ประกอบของแร่ธาตุที่เหมาะสม จะมีความแข็ง แกร่งทนไฟ ไม่แตกร้าวง่าย และมีผลต่อการส่งผ่าน ความร้อนระหว่างเนื้อเตากับภาชนะหุงต้ม

องค์ประกอบดินที่จะนำมาทำเตา ประกอบด้วย
- ดินเหนียว (Clay) ประมาณ 30%
- ทราย (Sand) ประมาณ 60%
- โคลน (Silt) ประมาณ 10%

หมายเหตุ

1) ดินที่มีความเหนียวมากๆ จะมีทราย (Sand)น้อยจำเป็นจะต้อง ลดความเหนียวลง โดยการผสมขี้เถ้า แกลบลงไป
2) ตัวเตาสามารถใช้ปูนซีเมนต์ผสมทรายหยาบ และหินกรวดหล่อ ขึ้นรูปได้ 1.4 ขนาดและสัดส่วนของตะแกรง ตะแกรงที่มีรูขนาดใหญ่หรือเล็กเกินไปจะมีผลต่อการไหลเวียนของอากาศข้า-ออก ทำให้การสันดาปของเชื้อเพลิงดีหรือเลวได้ ความลาดเอียงและความสูงของ ตะแกรงมีผลต่อการลุกไหม้ของเชื้อเพลิงเช่นเดียวกัน

1.5 ช่องว่างระหว่างตัวเตาบนกับภาชนะหุงต้ม

(Gap) จะต้องมีขนาดไม่เกิน 1 ซม. เพื่อไม่ให้ความร้อนสูญเสียไป

1.6 ช่องว่างระหว่างตัวเตาบนกับตัวเตากลาง ต้องไม่กว้างหรือแคบจนเกินไป เพราะจะมีผลต่ออัตราไหลลงของเชื้อเพลิง ทำให้การลุกไหม้ดีหรือเลวได้

2. องค์ประกอบภายนอกเตา

1) ลม ความแรงของลมมีผลอย่ามากต่ออัตราการลุกไหม้ของเชื้อเพลิง ประเภทแกลบและขี้เลื่อย ถ้าลมพัดผ่านมากการลุกไหม้จะเร็วและทำให้ควันมาก แม้ว่า การติดไฟจะดี แต่อัตราการเผาไหม้สูง ทำให้สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมาก และยังทำให้เกิด มลภาวะจากควันและเขม่าไฟ

2) ความชื้นของเชื้อเพลิงที่ใช้ ถ้าแกลบและขี้เลื่อยมีความชื้นมาก การลุกไหม้ก็จะไม่ดี เวลาที่น้ำเดือดจะช้า และอัตราการเผาไหม้จะต่ำ เหมาะสำหรับ การตุ๋นอาหาร เคี่ยว การใช้เชื้อเพลิงที่ชื้นๆ จะไม่มีผลเสียแต่อย่างใด

3) อัตราการใช้เชื้อเพลิง เชื้อเพลิงประเภทแกลบและขี้เลื่อย ถ้าเราเคาะ ตะแกรง บ่อย การไหลของเชื้อเพลิงจะเร็ว ทำให้ลุกไหม้เร็ว มีผลต่ออัตราการเผาไหม้สูง ให้ความร้อนสูง น้ำเดือดเร็ว แต่ประสิทธิภาพการใช้งานอาจต่ำได้ ในการใช้งานจึง ควร คำนึงถึงความถี่ของการเคาะตะแกรง เพื่อให้เชื้อเพลิงไหลลงด้วย

ข้อควรระวังและการบำรุงรักษา
1. การยกเคลื่อนย้ายเตาต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง อย่าให้ตัวเตาโดน กระแทก
2. ระวังอย่าให้ตัวเตาโดนน้ำ โดยเฉพาะขณะที่ตัวเตายังร้อนอยู่ จะทำให้เตาแตก เสียง่าย
3. ระวังอย่าให้วัสดุแข็งมากระแกกับตัวเตา
4. หมั่นเช็ดทำความสะอาดตัวเตาอย่างสม่ำเสมอ
5. การต่อปล่องควันเตาควรจะจับยึดให้มั่นคงและให้ปลองควันมความสงประมาณ 2-3 ม. โดยให้ปลาย ปล่องควันโผล่ออกนอกอาคาร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ของตัวเตา







คลิกที่ภาพเพื่อดูภาพขนาดใหญ่คลิกที่ภาพเพื่อดูภาพขนาดใหญ่
คลิกที่ภาพเพื่อดูภาพขนาดใหญ่
คลิกที่ภาพเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

กลับขึ้นด้านบน