Facebook Twitter
gPlus 

โรงไฟฟ้าชีวมวล (BIOMASS Gasification Power Plant)


โรงไฟฟ้าชีวมวล
(BIOMASS Gasification Power Plant)



โรงไฟฟ้าชีวมวล (BIOMASS Gasification Power Plant) ระบบผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยชีวมวล (ฟืน และถ่านไม้) เทคโนโลยีที่ใช้กันแพร่หลายที่สุดในการผลิตไฟฟ้าด้วยชีวมวลนั้นคือระบบการเผาไหม้โดยตรง (Direct-Fired) คือ การนำชีวมวล เช่น แกลบ หรือเศษไม้มาใช้เป็นเชื้อเพลิง เพื่อเผาไหม้ในหม้อไอน้ำ (Boiler) และถ่ายเทความร้อนให้

หม้อไอน้ำ จนกลายเป็นไอน้ำที่ร้อนจัด และมีความดันสูง ซึ่งไอน้ำจะไปปั่นกังหัน หรือเครื่องจักรไอน้ำที่ต่ออยู่กับเครื่อง กำเนิดไฟฟ้า ทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าออกมา หรือเรียกอีกอย่างว่าระบบผลิตไฟฟ้าพลังความร้อน ส่วนใหญ่ใช้ในโรง สีข้าว

โรงเลื่อยจักร โรงน้ำตาล และการอบแห้ง ผลิตผลทางการเกษตร และอบไม้ เป็นต้น ซึ่งจุดที่จะคุ้มกับการดำเนิน การ ขนาดโรงไฟฟ้าไม่ควรต่ำกว่า 5 เมกะวัตต์ สำหรับระบบนี้



เทคโนโลยี แก๊สซิฟิเคชั่น (Gasification) ซึ่งเป็นระบบการเผาไหม้ในเครื่องแก๊สซิไฟเออร์ (Gasifier) โดย ควบคุมอากาศไหลเข้าในปริมาณจำกัด ทำให้เกิดการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ จะได้ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO)

ไฮโดรเจน (H2) เป็นหลัก และเกิดมีเทน (CH2) เล็กน้อย แก๊สที่เกิดขึ้นสามารถนำไปให้ความร้อนโดยตรงหรือนำไป เป็นเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องยนต์สันดาปภายใน เพื่อผลิตไฟฟ้า ประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าของระบบนี้ มีความหลาก หลายอยู่ระหว่าง 20 -30 % ขึ้นกับเทคโนโลยีการออกแบบ และ ประสิทธิภาพของอุปกรณ์ที่นำมาใช้

ข้อเด่น/ ข้อด้อย

ระบบแก๊สซิฟิเคชั่น เหมาะกับการผลิตไฟฟ้าขนาดเล็ก ไม่เกิน 1 เมกกะวัตต์ ข้อด้อยมีประการเดียว คือมีน้ำมันดิน (TAR) ผสมในก๊าซ เป็นสาเหตุที่เทคโนโลยีแก๊สซิฟิเคชั่น ไม่เป็นที่แพร่หลาย เนื่องจากประสบปัญหาเกี่ยวกับการทำ ความสะอาดน้ำมันดิบในก๊าซที่ผลิตได้ ทำให้ไม่เป็นที่นิยมนำมาใช้ผลิตไฟฟ้า และหยุดการพัฒนาไป

ดังนั้น หากจะนำไปใช้ต้องหาทางกำจัด หรือทำให้น้อยลง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหากับเครื่องยนต์ชีวมวลที่เหมาะสมจะนำ เป็นเชื้อเพลิง เช่น แกลบ เศษไม้ที่ย่อยแล้ว กะลาปาล์ม และชานอ้อย เป็นต้น ต้องมีขนาดที่พอเหมาะ ความชื้นไม่ควร เกิน 50% หากเล็กเกินไป จะทำให้อากาศไหลผ่านไม่ได้ หรือหากใหญ่เกินไป จะเกิดการเผาไหม้เชื้อเพลิงไม่หมด

ระบบการผลิตกระแสไฟฟ้า ชีวมวลที่อาศรมพลังงาน

โดยนำเทคโนโลยี แก๊สซิฟิเคชั่น มาผลิตแก๊สเป็นเชื้อเพลิง สำหรับเครื่องยนต์สันดาปภายใน เพื่อผลิตไฟฟ้า โดยใช้ เตา ผลิตแก๊ซชนิด ลมล่าง ( Downdraft Gasification)


ข้อเด่นของเตาชนิดนี้ คือออกแบบมาเพื่อขจัดน้ำมันดินโดยเฉพาะ อากาศจะเข้าทางด้านล่างของเตาถ่าน กลุ่มหัวฉีด ( Tuyers) ห้าหัว บริเวณโซนเผาไหม้แก๊ซบางส่วน จะไหลขึ้นบน ผ่านโซนผลิตถ่าน ไปยังโซนไล่ความชื้น ขณะเดียว กัน แก๊ซอีกส่วนจะไหลลงด้านล่าง และผ่านชั้นของคาร์บอนที่ร้อนในโซนปฎิกิริยา ก่อเกิดแก๊สแล้วไหลผ่านผนังเข้าท่อ ไป สู่ขบวนการขจัดฝุ่นน้ำมันดินลดอุณหภูมิแล้ว เข้าสู่เครื่องยนต์ในท่อไอดีของเครื่องยนต์ เครื่องยนต์ทำหน้าที่หมุน แกนของมอเตอร์ ให้ตัดกับขดลวดเหนี่ยวนำเกิดกระแสไฟฟ้าขึ้นมา

ปฎิกิริยาเคมีทางความร้อนของการเกิดแก๊สชีวมวล

ในกระบวนการเกิดแก๊สชีวมวลภายในเตาเผา สามารถแบ่งโซนการเกิดแก๊ส ตามปฎิกิริยาทางเคมีและความแตกต่าง ของอุณหภูมิ ได้เป็น 4 โซน ดังนี้

1. โซนการเผาไหม้ ( Combustion or Oxidation Zone)
2. โซนปฎิกิริยาก่อเกิดแก๊ส ( Reduction Zone)
3. โซนผลิตถ่าน ( Pyrolysis or Distillation Zone)
4. โซนไล่ความชื้น (Drying Zone)

ราคาระบบ

เครื่องยนต์ ......................... 30,000 บาท
แก๊สซิไฟเออร์ ......................300,000 บาท
มอเตอร์ ............................. 30,000 บาท
ชุดควบคุม ......................... 40,000 บาท
รวมราคาโดยประมาณ ........ 400,000 บาท

บทสรุปส่งท้าย

จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีแก๊สซิฟิเคชั่น เป็นทางเลือกที่น่าสนใจในการผลิตพลังงานจากชีวมวล ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้ ทั้งในรูปของพลังงานความร้อนและกระแสไฟฟ้าทางอาศรมพลังงาน นำเสนอภาพการผลิตถ่านไม้ประสิทธิภาพสูง แล้วนำถ่านไม้ มาใช้เป็นเชื้อเพลิงในระบบผลิตแก๊ส เพื่อนำไปใช้ร่วมกับน้ำมันไบโอดีเซลที่ผลิตได้เอง เพื่อผลิตกระแส ไฟฟ้าใช้ในอาศรม พลังงาน เพื่อให้สังคมได้เห็นภาพชุมชนที่พึ่งพาพลังงานภายในชุมชนมากขึ้น

กลับขึ้นด้านบน