Facebook Twitter
gPlus 

ไอซีทีเร่งทำพิมพ์เขียวรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์


นายอังสุมาล ศุนาลัย รองปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่า ไอซีทีได้เริ่มทดสอบระบบงานรัฐอิเล็กทรอนิกส์ โดยดึงตัวแทนหน่วยงานภาครัฐ 30 หน่วยงาน ร่วมทดลองทำระบบงานสารบรรณ โดยใช้มาตรฐานกลางบนพื้นฐานแนวคิดสถาปัตยกรรมเอสโอเอให้สามารถเชื่อมโยงข้อมูลเข้าหากันได้ ซึ่งกำลังประเมินผล

กระทรวงเริ่มศึกษาแนวคิดนี้มากว่า 2-3 ปี เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีที่เพิ่งเกิดขึ้น ทั้งนี้เพื่อช่วยสื่อสารข้อมูลระหว่างระบบที่แตกต่างกัน สามารถเชื่อมโยงข้อมูลเข้าหากันได้ โดยไม่จำเป็นต้องรื้อระบบเดิมทิ้ง แต่ใช้ตัวกลางคือ ภาษาเอ็กซ์เอ็มแอล เป็นตัวแปลงข้อมูลในระบบเดิมให้เข้ากับมาตรฐานกลางได้ ประกอบกับกฎหมายธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ มีผลบังคับใช้แล้ว ซึ่งจะช่วยรับรองการใช้ลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ทางกฎหมายได้

การทดสอบระบบดังกล่าวก็เพื่อหาช่องโหว่ และขั้นตอนที่ควรต้องปรับปรุง เตรียมพร้อมสำหรับการขยายสู่ระบบงานหลังบ้านอื่นๆ เช่น ระบบการเบิกจ่าย และการจัดซื้อจัดจ้าง

นอกจากนี้กระทรวงยังได้ตั้งเป้าพัฒนาเป็นระบบมาตรฐานกลางให้หน่วยงานรัฐทั้ง 20 กระทรวงยอมรับ และนำไปใช้เป็นระบบงานไร้กระดาษในองค์กร

"เดิมทีระบบงานของรัฐแต่ละหน่วยงานจะแยกกันพัฒนาระบบของตัวเอง แม้ว่าจะอยู่ภายใต้แผนนโยบายเดียวกัน ซึ่งทำให้การเชื่อมโยงระบบเข้าหากันทำได้ยากมาก แต่ไอซีทีได้เริ่มนำแนวคิดเอสโอเอเข้ามาใช้ ทำให้ระบบคุยกันได้มากขึ้น และไม่ต้องรื้อของเก่าทิ้ง แต่ทั้งนี้หากทดสอบแล้วระบบใช้งานได้ดี เราก็มองว่ารัฐคงไม่ต้องใช้กระดาษอีกแล้ว และทำเป็นต้นแบบ เพื่อกระตุ้นให้หน่วยงานอื่นๆ สนใจ แต่คงจะไปทำเป็นนโยบายบังคับไม่ได้ เพราะมาตรฐานกลางเป็นเพียงเครื่องมือที่ทำให้ระบบคุยกันได้เท่านั้น"

ทั้งนี้ หากสามารถสร้างต้นแบบให้เป็นที่ยอมรับไปใช้งานได้ กระทรวงไอซีทีก็วางแนวทางพัฒนาให้เป็นระบบมาตรฐานกลาง สำหรับใช้ในหน่วยงานราชการทั้งหมด ซึ่งเป็นไปได้ที่รัฐจะเป็นผู้ลงทุนเองทั้งหมด เพื่อสร้างระบบให้หน่วยงานต่างๆ ใช้ ขึ้นกับนโยบาย และงบประมาณสนับสนุนของภาครัฐขณะนั้น

แต่ก็มีแนวโน้มที่จะจับมือเป็นพันธมิตรกับภาคเอกชน เพื่อให้ฝ่ายหลังเป็นผู้ลงทุนระบบ และเก็บค่าบริการจากหน่วยงานต่างๆ

"หลังจากทำพิมพ์เขียวได้แล้ว หลังจากนั้นก็จะสร้างให้เป็นระบบ ซึ่งก็เป็นได้ว่ารัฐอาจจะเป็นผู้ลงทุนมาตรฐานกลางเอง หน่วยงานต่างๆ ก็ใช้ได้ฟรี แต่ถ้าไม่ก็คงต้องทำเป็นโมเดล Public-Private Partnership ซึ่งก็ต้องขึ้นอยู่กับงบของรัฐด้วยว่าสนับสนุนได้แค่ไหน"

พร้อมกันนี้ เขาระบุว่า ไอซีทีกำลังพยายามหาทางต่อยอดการพัฒนาระบบปฏิบัติการโอเพ่นซอร์ส ภายใต้โครงการความร่วมมือระหว่างเนคเทค ไอซีที และเอกชน 5 แห่ง เพื่อนำมาพัฒนาเป็นไอคอนบนระบบมาตรฐานกลาง เพื่อใช้ในหน่วยงานรัฐ ซึ่งปัจจุบันยังต้องพึ่งพาซอฟต์แวร์ไลเซ่นที่มีต้นทุนสูงอยู่

ทั้งคาดว่า ช่วงปลายปีจะสามารถประกาศให้กระทรวงไอซีทีเป็นหน่วยงานต้นแบบที่ใช้ระบบดังกล่าวได้อย่างสมบูรณ์

กลับขึ้นด้านบน