Facebook Twitter
gPlus 

เทคโนโลยียานยนต์และนวัตกรรมใหม่ที่งาน CES 2017


ข่าวไอที ภายในงาน CES 2017 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-8 ม.ค.นี้ ที่นครลาสเวกัส ไมโครซอฟท์ คอร์ป, เอ็นเอ็กซ์พี เซมิคอนดัคเตอร์, ไอเอวี และพันธมิตรในแวดวงโมบิลิตี้ยานยนต์ ได้แก่ คิวบิก เทเลคอม, อีเอสอาร์ไอ และสวิสรี จะร่วมกันนำเสนอวิสัยทัศน์ด้านเทคโนโลยีโมบิลิตี้ครบวงจรที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้ ผ่านการสาธิตและเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่อัตโนมัติ

ที่โซน Gold Lot/North Plaza NP-2 ณ ศูนย์การประชุมลาสเวกัส ผู้เข้าร่วมงาน CES สามารถร่วมทดลองขับยานยนต์ระบบอัตโนมัติ เพื่อเรียนรู้การทำงานของระบบคลาวด์และปัญญาประดิษฐ์ที่ช่วยสร้างสรรค์ประสบการณ์ภายในยานยนต์ตามลักษณะของผู้ขับขี่แต่ละราย ผู้เข้าชมจะได้เห็นว่า รถยนต์เหล่านี้สามารถ “พูดคุย” กับรถคันอื่นๆอย่างปลอดภัยได้อย่างไร สามารถตรวจจับสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นรอบตัวรถเพื่อยกระดับความปลอดภัยได้อย่างไร และปรับตัวให้เข้ากับการขับขี่ในรูปแบบต่างๆ เพื่อนำเสนอประสบการณ์การขับขี่ที่ตรงกับลักษณะเฉพาะตัวของผู้ขับแต่ละรายได้อย่างไร นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมงานยังจะได้ทราบว่า เทคโนโลยีเกิดใหม่เหล่านี้นำไปสู่การประกันรูปแบบใหม่ๆที่มีความยืดหยุ่นได้อย่างไร

Microsoft
เหล่าพันธมิตรเตรียมนำเสนอแนวคิดดังกล่าวภายในงาน CES ด้วยการผนึกเทคโนโลยีต่างๆ ดังนี้ :

- ไมโครซอฟท์ เตรียมเปิดโลกแห่งอนาคตที่ซึ่งบอทปัญญาประดิษฐ์สามารถช่วยยกระดับความปลอดภัยและการมีส่วนร่วมของผู้ขับขี่ พร้อมผนวกรวมเข้ากับปฏิทินและความต้องการของผู้ขับขี่แต่ละราย นอกจากนี้ ไมโครซอฟท์จะวิเคราะห์ข้อมูลการจราจรที่เกิดขึ้นในขณะนั้น รวมถึงความหนาแน่นของคนเดินเท้าแบบเรียลไทม์ ตามข้อมูลที่ได้จากอุปกรณ์ตรวจจับต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น V2X, เรดาร์, กล้อง และ LIDAR โดยใช้ Microsoft Azure Cloud

- เอ็นเอ็กซ์พี เซมิคอนดัคเตอร์ เตรียมนำเสนอนวัตกรรมเพื่อยกระดับความปลอดภัยและปริมาณจราจรบนท้องถนน ผ่านช่องทางติดต่อสื่อสารอย่างปลอดภัยระหว่างยานยนต์ (V2V) และระหว่างยานยนต์กับโครงสร้างพื้นฐานรายล้อม (V2I) รองรับการใช้งานหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งเตือนรถชน ระบบไฟจราจรอัจฉริยะ และระบบตรวจจับผู้ใช้ถนนที่มีแนวโน้มเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุตามทางแยก ทั้งหมดนี้ประมวลจากเทคโนโลยี RoadLINK สำหรับยานยนต์ของเอ็นเอ็กซ์พี โดยทางเอ็นเอ็กซ์พีได้ร่วมมือกับเดลฟีและซาวารี ในการพัฒนาอุปกรณ์ติดตั้งบนยานยนต์และข้างถนน

- ไอเอวี ได้พัฒนาเทคโนโลยีการขับขี่ระบบอัตโนมัติ ซึ่งเป็นตัวช่วยสำคัญในการลดความแออัดและมลภาวะภายในเมือง ยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยระบบอัตโนมัตินี้รองรับการเชื่อมต่อกับโครงสร้างพื้นฐาน ไปจนถึงคนเดินถนนและ Microsoft Azure Cloud เพื่อให้ยานยนต์สามารถตอบสนองกับสิ่งรอบตัวได้อย่างอัตโนมัติและปลอดภัย

- อีเอสอาร์ไอ เป็นเจ้าของเทคโนโลยีการทำแผนที่และการวิเคราะห์พิกัดทางภูมิศาสตร์ ซึ่งทำงานร่วมกับ Microsoft Cortana เพื่อมอบข้อมูลภูมิสารสนเทศเชิงพื้นที่ ยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนน เช่นเดียวกับประสบการณ์การขับขี่โดยรวม บริการแพลตฟอร์ม GIS ระดับองค์กรของอีเอสอาร์ไอที่ทำงานบน Azure Cloud นั้น ทำหน้าที่นำเสนอคอนเทนต์และข้อมูลวิเคราะห์ทางภูมิศาสตร์ เพื่อทำความเข้าใจในเรื่องพฤติกรรมของผู้ขับขี่ พร้อมทำนายสภาพท้องถนนเพื่อปรับปรุงปริมาณจราจร และแชร์ข้อมูลที่เชื่อมต่อจากเซนเซอร์ของรถแต่ละคันเข้ากับทั้งระบบ คุณสมบัติเหล่านี้ช่วยให้เมืองอัจฉริยะสามารถตอบสนองต่อปัญหาที่เกิดขึ้นใหม่ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการซ่อมหลุมที่เป็นอันตรายบนพื้นถนน หรือกำจัดวัตถุอันตรายออกจากถนน

- สวิสรี นำเสนอรูปแบบประกันอัจฉริยะ ซึ่งให้ความคุ้มครองอย่างยืดหยุ่น และปรับให้ตรงกับความต้องการของผู้ขับขี่แต่ละรายโดยใช้เทคโนโลยี Microsoft Azure เพื่อมอบโซลูชั่นโมบิลิตี้ที่เชื่อมต่อถึงกันได้ในอนาคต

- คิวบิก เทเลคอม นำเสนอการเชื่อมต่อ 4G LTE เต็มรูปแบบ เพื่อมอบสาระบันเทิงคุณภาพสูงตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมช่องทางเข้าถึงแพคเกจรวมบริการสุดคุ้ม ทั้งบริการไวไฟฮอตสปอต แอพส่วนบุคคล และอื่นๆอีกมากมาย

คำกล่าว

“เมื่อยานยนต์ฉลาดขึ้น ซอฟต์แวร์และระบบวิเคราะห์จึงต้องฉลาดขึ้นตามไปด้วย” เควิน ดัลลัส รองประธานฝ่ายพัฒนาธุรกิจของไมโครซอฟท์ กล่าว “ความร่วมมือครั้งนี้ที่งาน CES 2017 เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงการทำงานร่วมกัน เพื่อเดินหน้าทดสอบ ค้นหาจุดติดขัด และช่วยให้ค่ายรถยนต์ต่างๆสามารถนำเสนอประสบการณ์ที่ตรงกับลักษณะของผู้ขับขี่แต่ละรายได้อย่างแท้จริง รวมทั้งมอบบริการตามพฤติกรรมที่แตกต่างกัน และก่อให้เกิดความก้าวหน้าต่อไป”

“รถยนต์ที่ขับขี่ด้วยตนเองนั้นต้องปลอดภัยและเชื่อถือได้อย่างแท้จริง” ลาร์ส รีเกอร์ รองประธานอาวุโส และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยียานยนต์ของเอ็นเอ็กซ์พี เซมิคอนดัคเตอร์ กล่าว “ประการแรกคือต้องมีตัวตรวจจับสมรรถนะสูง สองคือระบบตรวจหาและตรวจจับทรงพลังที่ทำงานรองรับเทคโนโลยีคลาวด์ และสามได้แก่การพัฒนาระบบที่มีประสิทธิภาพร่วมกับเหล่าผู้นำอุตสาหกรรม โดยเรามีความยินดีที่ได้เห็นทั้งหมดนี้ปรากฏร่วมกันที่งาน CES”

“ไอเอวีมีรถทดสอบหลายคันเพื่อสาธิตการทำงานของเทคโนโลยีแห่งอนาคตในยุโรปและสหรัฐอเมริกา” คาร์สเตน ชูลซ์ รองประธานอาวุโสฝ่ายความปลอดภัยเชิงป้องกันและระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ของไอเอวี กล่าว “ยานยนต์เหล่านี้ได้วิ่งมาแล้วเป็นระยะทางหลายไมล์ โดยผู้ขับแทบจะไม่ต้องจับพวงมาลัยเลย”

สำหรับผู้ร่วมงาน CES ที่สนใจรับชมกิจกรรมสาธิตการทำงานของรถยนต์เชื่อมต่อ สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่โซน Gold Lot/North Plaza NP-2 วันที่ 5-8 ม.ค. โดยจะมีผู้บริหารจากทุกบริษัทที่มีส่วนร่วม คอยให้ข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยีของตนภายในบริเวณงาน

กลับขึ้นด้านบน