Facebook Twitter
gPlus 

สนุกกับการใช้ความเร็วชัตเตอร์


ปัจจัยหลักๆ ในการควบคุมแสงให้ไปตกลงบนเซ็นเซอร์รับภาพหรือฟิล์มมีอยู่ 3 อย่างคือ ความเร็วชัตเตอร์ ขนาดรูรับแสง และความไวแสง ซึ่งทั้ง 3 ปัจจัยนี้จะต้องทำงานสัมพันธ์กันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยความเร็วชัตเตอร์จะส่งผลโดยตรงกับซับเจคต์ที่มีการเคลื่อนไหว นอกจากนี้ความเร็วชัตเตอร์เร็วหรือช้าก็ให้ผลที่เกิดขึ้นกับภาพแตกต่างกัน

สายตาของคนเราถ้าเทียบกับความเร็วชัตเตอร์จะอยู่ประมาณ 1/50 วินาที ส่วนกล้องถ่ายภาพนั้นมีความเร็วชัตเตอร์ที่กว้างกว่ามาก สามารถตั้งได้สูงและต่ำมากกว่าที่สายตาของคนเราจะมองเห็นได้ ถ้าหากใช้ความเร็วชัตเตอร์สูงๆ ช่างภาพนิยมใช้ความเร็วนี้เป็น เทคนิคการถ่ายภาพ หยุดการเคลื่อนไหวได้ ตรงกันข้าม ถ้าหากความเร็วชัตเตอร์ต่ำๆ ภาพที่ได้ก็จะเบลอไม่ชัด ซึ่งสายตาของคนเราไม่สามารถทำแบบนี้ได้ ดังนั้นเราจึงใช้ความเร็วชัตเตอร์แบบต่างๆ ในการสร้างเอฟเฟคกับภาพถ่ายได้

ภาพนกนางนวลธรรมดา ใช้ความเร็วชัตเตอร์สูง 1/1000 วินาที สามารถหยุดจังหวะการบินของนกได้


สุดตั้งแต่ 1/4000-1/8000 วินาที มากพอที่จะหยุดการเคลื่อนไหวต่างๆ ได้ ส่วนความเร็วชัตเตอร์ช้าสุดประมาณ 30 วินาที ซึ่งการใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำๆ ก็สามารถสร้างสรรค์ภาพที่สวยงามได้เช่นกัน เช่นภาพน้ำตก ที่นิยมถ่ายโดยใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำๆ เช่น 1 วินาทีหรือมากกว่า เพื่อให้น้ำตกดูนุ่มนวล พลิ้วไหว

ในบางครั้งซับเจคต์ที่เราต้องการจะถ่ายมีทั้งสิ่งที่หยุดนิ่งและสิ่งที่เคลื่อนไหวอยู่ด้วยกัน ก่อนที่จะถ่ายจึงต้องกำหนดไว้ก่อนว่าต้องการภาพถ่ายแบบใด ถ้าหากใช้ความเร็วชัตเตอร์สูงสิ่งที่เคลื่อนไหวก็จะหยุดนิ่ง ภาพจะคมชัดทั้งหมด แต่ถ้าหากใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำ สิ่งที่เคลื่อนไหวก็จะเบลอ แต่สิ่งที่อยู่นิ่งก็จะคมชัด

คุณสามารถสร้างเอฟเฟคต่างๆ จากความเร็วชัตเตอร์ได้ โดยถ่ายภาพในความเร็วต่างๆ แล้วจดจำไว้ว่าความเร็วชัตเตอร์แบบต่างๆ ให้ผลที่แตกต่างกันอย่างไร นอกจากนี้ยังใช้ความเร็วชัตเตอร์ร่วมกับอุปกรณ์อย่างอื่น เช่น แฟลช ในการสร้างสรรค์ภาพแบบต่างๆ ได้ด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ ถ้าหากใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำร่วมกับการแพนกล้อง ก็สามารถทำให้ภาพซับเจคต์ที่กำลังเคลื่อนไหวคมชัดได้ และทำให้ฉากหลังเบลอเป็นเส้น ให้ความรู้สึกว่ากำลังเคลื่อนที่อยู่ หรือถ้าหากใช้ชัตเตอร์ต่ำมากๆ อย่างชัตเตอร์ B ซึ่งเราสามารถเปิดชัตเตอร์ค้างไว้ได้ตามเวลาที่ต้องการ ส่วนมากจะใช้งานร่วมกับสายลั่นชัตเตอร์ และตั้งอยู่บนขาตั้งกล้อง เพื่อความคมชัดของภาพ และส่วนใหญ่จะใช้ถ่ายภาพกลางคืนให้มองเห็นแสงไฟเป็นเส้นยาว หรือถ่ายภาพพลุ เป็นต้น

ใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำร่วมกับการแพนกล้องตามสิ่งที่เคลื่อนไหว จะได้ภาพที่ซับเจคต์ชัด ส่วนฉากหลังจะเบลอเป็นเส้น (Nikon D70s เลนส์ 18-70 มม. ชัตเตอร์ 1/25 วินาที f/16 ISO 200)


ภาพแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างความเร็วชัตเตอร์สูง สามารถหยุดสิ่งเคลื่อนไหวได้ และความเร็วชัตเตอร์ต่ำ สิ่งเคลื่อนไหว (สายน้ำ) จะมีลักษณะเบลอ

 

การใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่ต่ำมากๆ จะทำให้คนที่เดินไปมาหายไปได้ เพราะกล้องไม่สามารถบันทึกภาพได้ ส่วนผู้ที่อยู่นิ่งๆ กล้องก็สามารถบันทึกได้ (Nikon D70s เลนส์ 18-70 มม. ชัตเตอร์ 13 วินาที f/22 ISO200)


ใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำ ถ่ายภาพไฟกลางคืน ทำให้ได้ไฟของรถที่วิ่งผ่านเป็นเส้นยาว (Nikon D70s เลนส์ 18-70 มม. ชัตเตอร์ 8 วินาที f/25 ISO200)


มังกรซึ่งประดับด้วยไฟสีต่างๆ ถ้าถ่ายความเร็วชัตเตอร์สูงจะทำให้มังกรหยุดนิ่ง กลายเป็นภาพที่ดูธรรมดาๆ ภาพนี้ใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำ ทำให้ไฟประดับกลายเป็นเส้น และเป็นการเน้นให้เห็นถึงการเคลื่อนไหวด้วย


ความเร็วชัตเตอร์ B (Bulb) ผู้ใช้สามารถเปิดชัตเตอร์ค้างไว้ได้ เพื่อให้รับแสงได้นานเท่าที่ต้องการ (Nikon D300 เลนส์ 14-24 มม. ชัตเตอร์ B (16 วินาที) f/13 ISO 200

 

ข้อมูลจาก : shutterphoto.com

กลับขึ้นด้านบน