Facebook Twitter
gPlus 

ปัญญาประดิษฐ์และการตลาดว่าด้วยอุปลักษณ์


ข่าวไอที ดร.ลาคอฟเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจากงานวิจัยที่ปฏิวัติวงการในฐานะผู้เชี่ยวชาญระดับชั้นนำในการตีกรอบความคิดและภาษา รวมถึงงานวิจัยเกี่ยวกับแนวคิดและภาษาเชิงอุปลักษณ์ที่สามารถสื่อถึงความคิดเชิงอุปลักษณ์จากจิตไร้สำนึกส่วนใหญ่ ดร.ลาคอฟจะนำความรู้ที่มีมาพัฒนางานที่เกี่ยวกับการบุกเบิกของ machineVantage ซึ่งจะถูกนำไปประยุกต์ใช้กับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเรียนรู้ของเครื่องจักร (ML) เพื่อพัฒนาทั้งผลิตภัณฑ์และกลยุทธ์การตลาดที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ดียิ่งขึ้น

ดร.ลาคอฟ
"อุปลักษณ์ได้กระตุ้นการตอบสนองที่ทรงพลังจากส่วนลึกของจิตไร้สำนึก ซึ่งเป็นสิ่งที่เทคโนโลยีของ machineVantage ให้ความสำคัญ และเป็นสภาวะที่ทำให้เกิดการตัดสินใจมากกว่า 95% ซึ่งรวมถึงการตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการ" ดร. เอ.เค. ประทีป ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของบริษัทกล่าว "ผู้นำการตลาดเข้าใจถึงพลังอันวิเศษนี้ แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังเป็นเรื่องท้าทายในการใช้ประโยชน์จากพลังดังกล่าวเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และแบรนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม เมื่อผนวกความเชี่ยวชาญด้านอุปลักษณ์ของดร.ลาคอฟกับอัลกอริทึม AI และ ML แล้ว บริษัทต่างๆจะมีความได้เปรียบด้านการแข่งขันในตลาด โดยจะสามารถรังสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพและทำการตลาดได้ดีกว่า ในขณะที่กลุ่มผู้บริโภคจะให้ความสนใจกับเรื่องการยกระดับคุณภาพชีวิตและใส่ใจในสุขภาพเป็นสำคัญ ดังนั้นพวกเขาจะตัดสินใจซื้อ หากมีการวางกลยุทธ์การตลาดที่ซื่อสัตย์และมีประสิทธิภาพ"

ปัญญาประดิษฐ์และการตลาดว่าด้วยอุปลักษณ์
machineVantage ได้ร่วมงานกับองค์กรชื่อดังระดับโลกหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นผู้นำระดับโลกด้านสินค้าอุปโภคบริโภค เฮลท์แคร์ บริการการเงิน อาหารและเครื่องดื่ม และอื่นๆ บริษัทมีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนานวัตกรรมเพื่อต่อยอดสินค้า รวมถึงการทำตลาดและการส่งสารถึงผู้บริโภค

ดร.ลาคอฟ เป็นศาสตราจารย์กิตติคุณในสาขาปริชานศาสตร์และภาษาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตเบิร์กลีย์ ดร.ได้เขียนหนังสือที่สำคัญ 11 เล่ม รวมถึง “Don't Think of an Elephant” ซึ่งติดทำเนียบหนังสือขายดีของ New York Times นอกจากนี้เขายังได้รับวิทยฐานะเป็นศาสตราจารย์พิศิษฐ์ “ริชาร์ดและโรห์ดา โกลด์แมน” ในสาขาปริชานศาสตร์และภาษาศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตเบิร์กลีย์ ที่ซึ่งเขาสอนหนังสือมานานถึง 44 ปี โดยก่อนหน้านั้น ดร.ลาคอฟเคยสอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดและมหาวิทยาลัยมิชิแกน ดร.ลาคอฟ สำเร็จการศึกษาในสาขาคณิตศาสตร์และวรรณกรรมจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกในสาขาภาษาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยอินเดียนา

ดร.ลาคอฟกล่าวว่า “ความคิคส่วนใหญ่นั้รเป็นจิตไร้สำนึก และความคิดที่มีสติสัมปชัญญะก็เปรียบเสมือนส่วนยอดของภูเขาน้ำแข็งที่อยู่เหนือผิวน้ำ เพราะความคิดทั้งหมดเป็นเรื่องทางกายภาพที่เกิดจากวงจรประสาท และเราไม่มีจิตสำนึกที่จะสามารถเข้าถึงวงจรประสาทของตัวเองได้ ภาษาทุกภาษาและความคิดทั้งหมดจะใช้โครงสร้างของจิตที่เรียกว่า “กรอบ” นอกจากนี้ ความคิดเชิงอุปลักษณ์ที่เกิดขึ้นจากจิตไร้สำนึกยังสามารถเกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติ โดยความคิดดังกล่าวจะเป็นตัวสะท้อนเรื่องราวที่สำคัญที่สุดในชีวิตมนุษย์ และอุปลักษณ์ทางภาษาศาสตร์ก็เปรียบเสมือนกุญแจสำคัญของความเป็นมนุษย์ เพราะเราต่างก็ใช้ชีวิตตามอุปลักษณ์ของตนเอง

machineVantage และปัญญาประดิษฐ์ของบริษัท รวมถึงแพลตฟอร์มการเรียนรู้ของเครื่องจักรนั้น ได้มอบโอกาสอันน่าทึ่งในการประยุกต์ใช้ความรู้ด้านประสาทวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการรับรู้ตามกระบวนทัศน์และการสร้างแบบจำลองเชิงคำนวณทางภาษาศาสตร์ในการแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ๆที่จะช่วยให้สุขภาพแข็งแรงและยกระดับคุณภาพชีวิตของมนุษย์ ตลอดจนนำเสนอนวัตกรรมในการรับส่งข้อความอีกด้วย การผนวกอุปลักษณ์เข้ากับนวัตกรรมผลิตภัณฑ์และการตลาดของบริษัทอย่างไร้รอยต่อนั้น ถือเป็นอีกหนึ่งย่างก้าวที่สำคัญของบริษัท

machineVantage เพิ่งจะเปิดตัวในปีนี้ด้วยเงินทุนสนับสนุนจาก Unilever Ventures และ IRI

กลับขึ้นด้านบน