Facebook Twitter
gPlus 

ขยายสาขาและรองรับ BYOD ให้ปลอดภัยด้วย VPN Firewall


หากองค์กรของท่านมีสำนักงานอยู่ที่เดียว การสร้างความปลอดภัยเครือข่ายอาจทำได้โดยไม่ยากนัก แต่ในทุกวันนี้ องค์กรมีการขยายสำนักงาน และมีพนักงานใช้อุปกรณ์ของตนเองเชื่อมโยงเข้ามาใช้ทรัพยากรในเครือข่ายองค์กรของท่าน (Bring Your Own Device: BYOD) ซึ่งองค์กรมักสร้างเครือข่ายวีพีเอ็น (Virtual Private Network: VPN) มารองรับเทรนด์ทางด้านนี้ ทั้งนี้ เครือข่ายวีพีเอ็นเป็นเครือข่ายส่วนตัวเสมือน ที่มีเส้นทางทำงานอยู่ในเครือข่ายสาธารณะ ดังนั้น เรื่องความปลอดภัยของข้อมูลในเครือข่ายส่วนตัวจึงเป็นเรื่องที่ต้องคำนึงถึงเป็นอย่างมาก เครือข่ายวีพีเอ็นจะมีการส่งข้อมูลในรูปแบบแพ็กเก็ตผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยมีการเข้ารหัสข้อมูลก่อนที่จะส่งข้อมูลเพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับข้อมูล และส่งข้อมูลผ่านอุโมงค์ (Tunnel) ที่ได้สร้างขึ้นจากจุดต้นทางไปถึงปลายทาง ทั้งนี้ มีเพียงผู้รับปลายทางเท่านั้นที่สามารถถอดรหัสข้อมูลและนำข้อมูลไปใช้ได้ อีกทั้งในสถานการณ์ปัจจุบัน ที่มีภัยไซเบอร์นานาประเภทพยายามคุกคามเข้ามาในองค์กร องค์กรยิ่งจำเป็นต้องให้ความสำคัญเรื่องการสร้างความปลอดภัยให้กับข้อมูลในเครือข่ายของตนเอง ซึ่งคงปฏิเสธไม่ได้ว่าข้อมูลด้านธุรกิจนับเป็นข้อมูลที่มีค่ามาก ไซเซลจึงเปิดตัว USG2200-VPN ซึ่งเป็นไฟร์วอลล์ระดับพรีเมี่ยมใหม่ล่าสุดที่ให้คุณสมบัติโดดเด่นด้านการทำงานวีพีเอ็น อันจะช่วยท่านรวมและบริหารการใช้งานวีพีเอ็นเพื่อให้การสื่อสารระหว่างสำนักงานและสาขามีความปลอดภัยสูงสุด ทั้งนี้ อุปกรณ์รุ่นใหม่นี้เหมาะสำหรับองค์กรที่มีผู้ใช้งานมากกว่า 2,000 คนขึ้นไป

ขยายสาขาและรองรับ BYOD ให้ปลอดภัยด้วย VPN Firewall
ซึ่งไฟร์วอลล์ USG2200-VPN ได้รับการออกแบบมาให้เหมาะกับการใช้งานในองค์กรขนาดกลางที่มีสำนักงานหรือสาขาหลายแห่ง สร้างขึ้นบนเทคโนโลยี VPN concentrator อันมีศักยภาพในการจัดการการเชื่อมโยงของวีพีเอ็นโดยเฉพาะ สามารถรองรับการส่งข้อมูลผ่านอุโมงค์ที่หลากหลายประเภทและครบถ้วนในการสื่อสารสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็น ระหว่างสาขา เชื่อมโยงกับสำนักงานคู่ค้าและ การใช้ BYOD ในสำนักงาน รวมถึงการเชื่อมโยงจากพนักงานที่ทำงานนอกสถานที่อย่างปลอดภัยสูงได้ถึง 3,000 ช่อง

นอกจากนี้ อุปกรณ์ใช้โปรโตคอลวีพีเอ็นระดับสูงคือ IPSec/SSL/L2TP over IPSec จึงสามารถเชื่อมโยงกับอุปกรณ์ส่วนใหญ่ที่ใช้ในสำนักงานหรือในบ้านได้อย่างราบรื่น การสื่อสารทั้งขาเข้าและขาออกจะถูกเข้ารหัสด้วยอัลกอริทึมประเภท SHA-2 encryption ที่แข็งแกร่งและใหม่ล่าสุด ภัยจึงจะคุกคามเข้ามาในเครือข่ายได้ยากมากขึ้น ข้อมูลด้านธุรกิจจึงมีความปลอดภัยสูง

ในด้านการปฏิบัติการนั้น ไซเซลได้พัฒนาซอฟท์แวร์สำหรับการบริหารจัดการเครือข่ายบนคลาวด์ (Cloud CNM SecuManager) เพื่อทำหน้าที่รวมและจัดการความปลอดภัยให้เป็นหนึ่งเดียวกัน จะเอื้อให้องค์กรบริหารอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยทุกชิ้นของไซเซลที่ติดตั้งอยู่ในสาขาต่างๆ ทั่วโลกผ่านหน้าจอเดียวกันได้อย่างง่ายๆ จึงช่วยลดเวลาในการดูแลเครือข่ายลงไปได้มาก

นอกจากนี้ อุปกรณ์ออกแบบตามคอนเซ็ปต์มือโปร (Multilayer High Availability Pro Design) ที่มุ่งสร้างความต่อเนื่องในการใช้งานแบบ 24/7 ครอบคลุมทั้งด้านอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ การเชื่อมต่อ และบริการวีพีเอ็น ซึ่งจะรวมถึงการทำงานที่ต่อเนื่องของพัดลมและการจ่ายไฟสำรองโดยทันที (Hot-swappable power & fan modules) การโหลดบาล้านซ์และเฟลโอเวอร์ของเครือข่ายมัลติแวน (Multi-WAN load-balancing/failover) และการใช้งานวีพีเอ็นที่ต่อเนื่อง (VPN High Availability) ทั้งหมดนี้เพื่อให้องค์กรสามารถมีแผนการทำงานสำรองอยู่เสมอ จึงยิ่งมั่นใจได้ว่าโอกาสที่บริการเกิดปัญหานั้นจะเท่ากับศูนย์

นาธาน เยน ผู้ช่วยรองประธาน ส่วนธุรกิจคอมเมอร์เชี่ยลเกทเวย์ แห่งไซเซลได้กล่าวว่า "ไซเซลได้ผลิตอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยเครือข่ายสำหรับตลาดองค์กรขนาดเล็กและกลางได้อย่างครบวงจร ซึ่งตลาดมีการเจริญเติบโตและมีความต้องการอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยเครือข่ายที่ทันสมัยมากขึ้นตลอดเวลา ไซเซลจึงได้พัฒนา USG2200-VPN รุ่นใหม่นี้เพื่อให้ใช้คุณสมบัติวีพีเอ็นได้สูงขึ้น" ทั้งนี้ ท่านสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.zyxel.co.th

กลับขึ้นด้านบน