Facebook Twitter RSS Feed
gPlus 

Nokia 8800 Sirocco Edition


Nokia 8800 Sirocco Edition
หน้าจอของ Nokia 8800 Sirocco Edition กระจกถูกเคลือบด้วยแซฟไฟร์ท ทนต่อรอยขีดข่วนได้เป็นอย่างดี จึงไม่จำเป็นต้องติดสติ๊กเกอร์ป้องกันรอยแต่อย่างใด สำหรับจอแสดงผลก็ยังคงมีความละเอียด 208 x 208 พิกเซล แสดงผลได้ 262,144 สี และยังคงใช้รูปแบบเมนูคล้ายกับ 8800 รุ่นแรก แต่ถูกปรับเปลี่ยนโทนสี และมี Theme ที่ดูดี ใหม่กว่า และดูเข้ากับตัวเครื่องดีไซน์ใหม่ด้วย



Physical Overview

แผงปุ่มกดตัวเลขเป็นพลาสติกถูกซ่อนไว้ภายในเครื่อง สามารถเปิดออกได้ด้วยการสไลด์หน้าจอขึ้นมา ดูด้วยตาอาจจะคิดว่ามีขนาดเล็ก แต่ก็ถูกออกแบบให้นูนขึ้นมาเรียงมีลักษณะคล้ายขั้นบันใดรับกับนิ้วมือ จึงทำให้กดได้ค่อนข้างสะดวก ปุ่มรับสายวางสายถูกออกแบบใหม่ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น จึงกดได้อย่างง่ายดาย แต่ปุ่มบังคับทิศทางแบบ 5 ทิศมีขนาดที่ไม่ใหญ่มาก แต่ก็กดได้สะดวกไม่แพ้กัน ปุ่มซอฟท์คีย์ยังคงสามารถใช้งานได้ถึงแม้ว่าจะสไลด์ปิดลงไปแล้วก็ตาม และยังทำหน้าที่เป็นที่ช่วยดันอีกด้วย แผงปุ่มกดทั้งหมดมีไฟส่องสว่างใต้ปุ่มกดเป็นสีขาว




ด้านหลังส่วนบนเป็นพลาสติกสีขาว ต่างจากรุ่นก่อนที่เป็นสีดำทั้งหมด บริเวณนี้มีเสาอากาศรับส่งสัญญาณถูกซ่อนไว้ภายใน มีชื่อยี่ห้อ Nokia สลักไว้อยู่ ส่วนฝาครอบแบตเตอรี่นั้นทำด้วยสแตนเลส สตีลเหมือนกับด้านหน้า มีลักษณะเงางาม เป็นรอยนิ้วมือได้ง่าย ดังนั้นจึงควรหมั่นเช็ดทำความสะอาดด้วยผ้าที่มีมาให้ในกล่อง ซึ่งจะไม่ทำให้ตัวเครื่องมีรอยขีดข่วนแต่อย่างใด

เลนส์รับภาพของกล้องยังคงถูกซ่อนไว้ภายใต้ฝาสไลด์ ช่วยให้พ้นจากการเกิดรอยต่างๆ เลนส์กล้องจะนูนออกมาค่อนข้างมาก ไม่มีตัวอักษรใดๆ บ่งบอกว่านี่คือกล้องที่มีความละเอียด 2 ล้านพิกเซล

  

ด้านข้างทั้งสองมีปุ่มสำหรับกดเพื่อปลดล็อคฝาครอบแบตเตอรี่ เมื่อต้องการถอดออกก็จะต้องใช้ทั้งสองปุ่มนี้กดพร้อมกัน แล้วจึงเลื่อนฝาครอบแบตเตอรี่ออก และจะต้องถอดออกบ่อยอย่างแน่นอน เพราะในกล่องจะมีแบตเตอรี่มาให้ถึง 2 ก้อน

ด้านบนมีปุ่มกดสำหรับเปิด และปิดเครื่องเมื่อกดค้างไว้ประมาณ 2 วินาที แต่หากกดลงไปเพียง 1 ครั้งขณะเปิดเครื่อง ก็จะเป็นการปรับเปลี่ยน Profiles อย่างรวดเร็วตามที่ได้ตั้งค่าเอาไว้ ถือเป็นมาตรฐานที่โทรศัพท์มือถือของ Nokia จะทำเช่นนี้ได้ ใกล้ๆ กันมีช่องลำโพงเสียงเรียกเข้า ให้เสียงที่ค่อนข้างดัง แต่ยังไม่ใสเท่าที่ควร

ช่องเสียบสายชาร์จแบตเตอรี่แบบใหม่อยู่ที่ด้านล่าง มีขนาดเล็กกว่ารุ่นเดิม ถัดมาเป็นหน้าสัมผัสทองเหลือง ซึ่งจะใช้เป็นจุดเชื่อมต่อกระแสไฟฟ้าจากแท่นชาร์จแบตเตอรี่ และติดกันก็เป็นช่องเสียบชุดหูฟังแบบโมโน ส่วนรูเล็กๆ อีกช่องเป็นไมโครโฟนสำหรับสนทนา

Nokia 8800 Sirocco Edition


ตัวเครื่องเกือบทั้งหมดยังคงทำมาจากโลหะสแตนเลส สตีล ซึ่งมีความทนทานสูง แต่สำหรับ Sirocco Edition นี้ บนสแตนเลสสตีลต่างจากรุ่นก่อนตรงที่เป็นโลหะเงา แวววาว ดูคล้ายกับกระจกเงา จึงทำให้เกิดรอยนิ้วมือได้ง่ายมากเมื่อสัมผัส หากผู้ใช้มีเหงื่อออกที่มือมากก็ยิ่งจะทำให้เป็นรอยนิ้วมือติดบนตัวเครื่อง ดังนั้นควรจะทำความสะอาดด้วยผ้านุ่มบ่อยครั้ง ซึ่งในกล่องก็จะมีผ้าเช็ดตัวเครื่องโดยเฉพาะแถมมาให้อยู่แล้ว ตัวเครื่องที่มีน้ำหนักค่อนข้างมากถึง 138 กรัม เมื่อเทียบกับโทรศัพท์มือถือที่มีขนาดพอๆ กัน อาจจะไม่เป็นปัญหาใหญ่นัก โดยรวมแล้วตัวเครื่องนั้นจะรูปทรงคล้ายกับรุ่นก่อนมาก แต่ตัวเครื่องที่ได้รับมาทดสอบ ในส่วนที่เป็นพลาสติกด้านหลังเป็นสีขาว แต่รุ่นก่อนเป็นสีดำ จึงสร้างความแตกต่างจากรุ่นก่อนอย่างเห็นได้ชัดในจุดนี้ สำหรับหน้าจอก็มีความทนทาน และป้องกันรอยขีดข่วน เนื่องจากเป็นกระจกที่เคลือบแซฟไฟร์ท จากการทดสอบที่เคยนำเหล็กแหลมมากรีดลงเบาๆ บนหน้าจอของ 8800 รุ่นแรก ผมจึงทำการทดสอบดังกล่าวลงบน Nokia 8800 Sirocco Edition ก็ไม่ปรากฎรอยใดๆ บนหน้าจอเช่นกัน เพราะฉะนั้นจึงหายห่วงเรื่องนี้ได้

สิ่งที่สร้างความประทับใจให้ผม ซึ่งก็คิดว่าน่าจะสร้างความประทับใจให้กับท่านผู้อ่าน ด้วยนั่นก็คืองานเครื่องประกอบอันสุดแสนจะประณีต ทำได้แน่นหนาดีมาก ใครหลายคนที่ได้สัมผัสเครื่องนี้ก็เอ่ยเป็นเสียงทำนองเดียวกันว่าเป็นมือถือที่ดูหรูหรา ไฮโซสุดๆ การสไลด์อัพของหน้าจอก็เป็นแบบกึ่งอัตโนมัติ เพียงแค่ดันมันขึ้นไปเล็กน้อย มันก็จะดีดตัวด้วยแรงสปริงที่อยู่ภายในโดยอัตโนมัติ แต่เมื่อปิดลงมาหากไม่ใช้มือรองรับการสไลด์เอาไว้ ก็จะลงมากระแทกกับโลหะของตัวเครื่องค่อนข้างแรง และเป็นจะมีเสียงโลหะกระทบกันค่อนข้างดัง ผู้ใช้จึงควรระวัง และทะนุถนอมเครื่องในจุดนี้ด้วย

2 Mega Pixels Digital Camera




ความละเอียดของกล้องดิจิตอลถูกพัฒนาอย่างก้าวกระโดดจากรุ่นก่อนที่มีความละเอียดเพียงแค่ 5 แสนพิกเซล (800 x 600 พิกเซล) มาเป็น 2 ล้านพิกเซล ซึ่งหากดูจากเลนส์กล้องแล้วแทบจะไม่มีอะไรแตกต่างกัน สำหรับความคมชัดของกล้องดิจิตอลก็ทำออกมาได้ค่อนข้างดี ไม่ผิดหวัง การตั้งค่าถ่ายภาพมีให้เลือกความละเอียดสูงสุดที่ 1600 x 1200 พิกเซล แต่หากต้องประหยัดพื้นที่หน่วยความจำก็มีให้เลือกความละเอียดตามความเหมาะสมที่ 1280 x 960, 1152 x 864, 800 x 600, 640 x 480, 320 x 240 และ 160 x 120 พิกเซล ซูมภาพแบบดิจิตอลได้สูงสุดถึง 8 เท่า มี Night Mode ช่วยเพิ่มความสว่างให้กับภาพ ซึ่งจะต้องถือโทรศัพท์ถ่ายภาพให้นิ่งกว่าปกติ ตั้งเวลาถ่ายภาพได้ 10 วินาที ถ่ายภาพต่อเนื่องได้ครั้งละ 3 ภาพ มีเอฟเฟ็คท์สีให้เลือกแบบเฉดสีเทา, ซีเปีย และเนกาทีฟ การปรับสมดุลสีขาวก็มีให้เลือกแบบอัตโนมัติ, แสงแดด, แสงจากหลอดทังสเตน, แสงจากหลอดไฟนีออน และเส้นขอบฟ้า เลือกเปิด หรือปิดเสียงชัตเตอร์ได้

ความละเอียดของการถ่ายคลิปวิดีโอสูงสุดจะอยู่เพียงแค่ 176 x 144 พิกเซล และ 128 x 96 พิกเซล สามารถถ่ายได้นาน จนกว่าหน่วยความจำจะเต็มเมื่อเลือกถ่ายแบบสูงสุด ระยะเวลาการถ่ายที่เหลือจะมีบอกอยู่บนมุมขวาของจอแสดงผล แต่หากตั้งเป็นค่าเริ่มต้นก็จะถ่ายได้นานประมาณ 44 วินาที เลือกเอฟเฟ็คท์สี และสมดุลย์แสงสีขาวสได้เหมือนกับการถ่ายภาพนิ่ง สามารถซูมภาพขณะที่ถ่ายวิดีโอได้ถึง 8 เท่า

  
ภาพตัวอย่าง


FM Stereo with Visual Radio

หากเริ่มเบื่อเพลงจากหน่วยความจำที่เล่นซ้ำวนไปวนมา ก็เปิดฟังเพลงจากวิทยุ FM แบบสเตอริโอได้ มีความชัดเจนของสัญญาณดี โดยรับคลื่นผ่านชุดหูฟังที่จะต้องเสียบเอาไว้อยู่ตลอดเวลาที่รับฟัง สามารถเปิดฟังผ่านลำโพงของเครื่องก็ได้เช่นกัน โดยจะมีเสียงแบบสเตอริโอแยกซ้ายขวาตามที่สถานีวิทยุส่งมา บันทึกคลื่น พร้อมชื่อสถานีได้ 20 คลื่น สำหรับฟังก์ชั่นนาฬิกาปลุกก็สามารถใช้เสียงวิทยุได้ แต่ก็จะต้องเสียบชุดหูฟังเอาไว้ตลอดเวลาด้วยเช่นกัน

Media Player




ในเมนูสื่อ หรือ Media ก็จะมีเครื่องเล่นไฟล์ต่างๆ มาให้อย่างครบครัน เริ่มจากเครื่องเล่นเพลงที่สามารถเล่นไฟล์เพลงแบบ MP3 และ AAC โดยฟังผ่านชุดหูฟังรุ่น HS-15 ที่มีมาให้ในกล่อง ซึ่งเป็นหูฟังแบบข้างเดียว เหมาะสำหรับการใช้สนทนามากกว่า ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว Output ของ Nokia 8800 Sirocco Edition เป็นแบบโมโน คือดังเหมือนกันทั้งสองข้าง แต่หากต้องการฟังเพลงแบบสเตอริโอ 2 ข้างจะต้องใช้อุปกรณ์เสริมที่เป็นชุดหูฟังบลูทูธแบบสเตอริโอเท่านั้น หากเป็นของ Nokia เองก็จะมีหลายรุ่นให้เลือก หรือหากเป็นยี่ห้ออื่นๆ ก็มีหลายยี่ห้อในท้องตลาด สำหรับการเล่นเพลงก็มีการเลือกเล่นเพลงแบบสุ่มเพื่อไม่ให้เกิดความจำเจในการฟังเพลง สามารถปรับโทนเสียงแบบ Pop, Rock, Jazz และคลาสสิค สามารถปรับอีควอไลเซอร์เสียงได้ 5 แบนด์

การเล่นไฟล์วิดีโอก็มีทั้งการเล่นจากไฟล์ต่างๆ ที่ดาวน์โหลดมา หรือจากกล้องถ่ายภาพ และยังรองรับการดูคลิปวิดีโอแบบสตรีมมิ่ง โดยดูผ่านเครือข่าย GPRS/EDGE ที่เปิดให้บริการ อาจจะเป็นการรายการทีวี หรือถ่ายทอดสด ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายตามอัตราที่ผู้ให้บริการกำหนด

FM Mono Radio

เช่นเดียวกันกับการฟังเพลง คือการรับฟังวิทยุจะเป็นแบบ Mono และไม่สามารถฟังผ่านชุดหูฟังบลูทูธได้ ความชัดเจนของสัญญาณวิทยุขึ้นอยู่กับพื้นที่ในการรับ หากไม่ชัดเจนก็สามารถคลี่สายชุดหูฟังให้รับสัญญาณได้ดีขึ้น การปรับหาคลื่นก็สามารถทำได้โดยการเลื่อนความถี่ได้ครั้งละ 0.05 MHz ดังนั้นความถี่ของสถานีวิทยุที่ลงท้ายด้วย .25 ก็จะจูนคลื่นได้ตรง และชัดเจนมากที่สุด นอกจากนี้แล้วยังหาคลื่นโดยอัตโนมัติ หรือใส่ตัวเลขความถี่ได้โดยตรง การบันทึกสถานีทำได้สูงสุดถึง 20 สถานี


Video Phonebook

สมุดโทรศัพท์ของ Nokia 8800 Sirocco Edition ถูกพัฒนาให้สามารถใช้คลิปวิดีโอแทนแสดงแทนภาพผู้โทรได้แล้ว โดยที่เสียงเรียกเข้าก็จะถูกเปลี่ยนไปใช้เสียงจากคลิปวิดีโอแทน หากต้องการใช้คลิปวิดีโอแสดงแทนภาพผู้โทรแล้ว ก่อนที่จะบันทึกควรเตรียมเสียงให้น่าฟังจึงจะไม่น่าเกลียดเมื่อมีสายเรียกเข้า สำหรับเบอร์โทรที่ต้องการใช้ทั้งภาพ หรือคลิปวิดีโอแสดงก็จะต้องบันทึกลงในหน่วยความจำเครื่องเท่านั้น หากบันทึกไว้ในซิมการ์ดจะไม่สามารถใช้ความสามารถพิเศษดังกล่าวได้ สมุดรายชื่อที่บันทึกลงในเครื่อง จะใส่รายละเอียดต่างๆ ได้หลายอย่างเช่นชื่อ นามสกุล ชื่อเล่น หมายเลขโทรศัพท์ในแบบต่างๆ อีเมล์ ที่อยู่บ้าน ที่อยู่ที่ทำงาน วันเดือนปีเกิด บันทึกโน้ตย่อ เลือกเสียงเรียกเข้าเฉพาะรายชื่อนั้นๆ ได้

MMS & E-mail Supported

การรับส่งข้อความ MMS สามารถแนบได้ทั้งไฟล์รูปภาพ เสียง ข้อความ และคลิปวิดีโอ ซึ่งแนบได้พร้อมกันสูงสุดได้ 300 kB ต่อข้อความ แต่ต้องตรวจสอบก่อนว่าผู้ให้บริการอนุญาตให้ส่งได้สูงสุดเท่าใด เพราะส่วนมากแล้วจะได้เพียงแค่ 100 kB เท่านั้น และต้องตั้งค่าให้ตรงกับผู้ให้บริการที่ใช้อยู่ด้วย ส่วนการพิมพ์ข้อความ SMS ก็สามารถพิมพ์ได้ทั้งแบบ Multi Tap หรือใช้ระบบสะกดคำอัตโนมัติได้ทั้งภาษาไทย และอังกฤษ





ระบบอีเมล์ของ Nokia 8800 Sirocco Edition จะเหมือนกับซีรียส์ 40 ของ Nokia โดยพื้นฐานของโปรแกรมอีเมล์เป็นระบบจาวา แต่เมนูนี้จะไปอยู่ในส่วนของข้อความ การตั้งค่าอีเมล์ก็ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน แบบ POP3, IMAP4, SMTP หรือ APOP การรับ หรือส่งอีเมล์จะถูกส่งผ่านเครือข่าย GPRS หรือ EDGE ซึ่งก็จะมีค่าใช้บริการในส่วนนี้ด้วย

Connectivity

การเชื่อมต่อของ Nokia 8800 Sirocco Edition จะยังคงเชื่อมต่อผ่านบลูทูธได้เท่านั้น ไม่มีพอร์ตของสายดาต้าลิงค์มาให้ หากต้องการดาวน์โหลดเพลงจำนวนมากๆ ก็จะใช้เวลานานสักหน่อย นอกจากนี้แล้วยังสามารถใช้บลูทูธเชื่อมต่อกับชุดหูฟัง ที่แถมมาให้ในกล่องรุ่น BH-801 แต่หากต้องการฟังเพลงเต็มรูปแบบ ก็รองรับเทคโนโลยี A2DP สามารถใช้ชุดหูฟังไร้สายแบบสเตอริโอได้ ส่วนการรับส่งไฟล์ผ่านบลูทูธก็ทำได้โดยตรงกับอุปกรณ์อื่นๆ ที่รองรับ และยังใช้เป็นโมเด็มไร้สายเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตได้อีกด้วย โดยมี WAP Browser แบบ xHTML เป็นตัวแสดงผล ผ่านเครือข่าย GPRS หรือ EDGE ซึ่งจะสลับไปมาให้โดยอัตโนมัติเมื่อเข้าไปอยู่ในเครือข่ายที่ให้บริการอย่างใดอย่างหนึ่ง


Java Application & Games

โปรแกรม และเกมส์จาวาที่มีมาให้ใช้งานในเครื่องก็มีทั้งโปรแกรม Converter II สามารถแปลงหน่วยอุณหภูมิ, อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา, น้ำหนัก, ความยาว, พื้นที่ และยังมีโปรแกรม World Clock ซึ่งสามารถเทียบเวลาได้พร้อมกันครั้งละสองเมือง โดยจะมีแผนที่แสดงพื้นที่บนโลกในส่วนของกลางวัน และกลางคืน สำหรับเกมส์จาวาก็มีมาให้ 3 เกมส์ คือเกมส์หมากรุก หรือ Chess, เกมส์ Golf Tour และเกมส์ไพ่ Solitaire หากต้องการโหลดโปรแกรม หรือเกมส์จาวาก็รองรับด้วยเช่นกัน

Organizer

เมนูในหมวดออร์กาไนเซอร์ก็มีทั้งนาฬิกาปลุกแบบเลือกวันปลุกได้ โดยเลือกเสียงปลุกเป็นเสียงวิทยุได้ด้วย เมนูปฏิทินแบบรายเดือน และรายสัปดาห์ที่บันทึกนัดหมายลงไปในแต่ละวันได้ นอกจากนี้แล้วยังมีบันทึกสิ่งที่ต้องทำ, บันทึกโน้ตย่อ, เครื่องคิดเลขแบบพื้นฐาน, นาฬิกานับถอยหลังแบบตั้งเสียงเตือนได้, นาฬิกาจับเวลา และบันทึกเสียงเตือนความจำได้นาน ครั้งละ 60 นาที




Final Opinion & Conclusion

ถ้าถามว่าเปลี่ยนจาก Nokia 8800 รุ่นแรกมาเป็น Nokia 8800 Sirocco Edition ดีไม๊ ในเมื่อรุ่นใหม่มีหลายอย่างที่ถูกพัฒนาให้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกล้อง 2 ล้านพิกเซล หน่วยความจำเพิ่มจาก 64 MB มาเป็น 128 MB ดีไซน์ที่ถูกเปลี่ยนไปเล็กน้อย ใช้คลิปวิดีโอแสดงแทนภาพผู้โทรได้ ในจุดนี้คงไม่ต้องถามผมกระมัง ขึ้นอยู่กับความพอใจเสียมากกว่า ว่ายังพอใจกับรุ่นเดิมที่ใช้อยู่หรือแอบปันใจให้ 8800 Sirocco Edition ไปเสียแล้ว หลายคนอาจจะบอกว่า 8800 Sirocco Edition ราคาแพง ซื้อมาแล้วไม่คุ้มบ้าง ทำอะไรได้ไม่เหมือนพวกสมาร์ทโฟนบ้าง ของอย่างนี้มันอธิบายกันยาก เพราะอยู่ที่อารมณ์ ความพอใจ และความรู้สึกล้วนๆ ของผู้ที่จะเลือกใช้ครับ ถ้าไม่ดีจริง Nokia คงไม่นำ 8800 Sirocco Edition ตัวนี้มาขายหรอกครับ


On Focus
ชุดหูฟังรุ่น HS-15 ที่แถมมาให้ในกล่องเป็นแบบข้างเดียว แต่หากต้องการฟังเพลงแบบสเตอริโอก็จะต้องใช้อุปกรณ์เสริมที่เป็นบลูทูธแบบสเตอริโอเท่านั้น

ถ้าไม่ชอบสีเงินที่เป็นรอยนิ้วมือได้ง่าย ก็มี Nokia 8800 Sirocco Dark ซึ่งเป็นสีดำสนิทมาให้เลือกอีกรุ่น

 

ข้อมูลจาก : whatphone.net

 

Nokia

กลับขึ้นด้านบน