|
เผยข้อมูลยื่นขอสิทธิบัตรกูเกิล ระบุเป้าหมายต้องการผลักดันเครือข่ายไร้สายอนาคตให้เป็นแบบเปิด ที่อุปกรณ์ใช้งานไม่ยึดติดกับเครือข่ายผู้ให้บริการใดแต่สามารถเปลี่ยนใช้งานระหว่างกันได้ขึ้นกับประสิทธิภาพความแรงของสัญญาณและราคาที่จูงใจ สวนกระแสสภาพธุรกิจในปัจจุบัน
สำนักข่าวซีเน็ต เปิดเผยความเคลื่อนไหวล่าสุดของบริษัท กูเกิล อิงค์ ผู้ให้บริการเว็บค้นหาข้อมูลบนอินเตอร์เน็ตรายใหญ่ของโลกว่า เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ก่อนทางกูเกิลได้ยื่นขอสิทธิบัตรต่อสำนักงานสิทธิบัตรแห่งสหรัฐอเมริกา ใจความสำคัญระบุถึงวิสัยทัศน์ของบริษัทที่มุ่งการพัฒนาเครือข่ายไร้สายแบบเปิด เอื้อให้การใช้โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนไม่ผูกติดกับเครือข่ายไร้สายของผู้ให้บริการเพียงรายหนึ่งรายเดียวอีกต่อไป
ภายใต้โลกไร้สายแบบเปิดของกูเกิล โทรศัพท์มือถือตลอดจนผลิตภัณฑ์เชื่อมต่อเครือข่ายไร้สายใดๆ ก็ตาม จะสามารถค้นหาการเชื่อมต่อที่มีสัญญาณแรงและเร็วที่สุด ด้วยราคาที่จูงใจที่สุด โดยไม่คำนึงว่าจะเป็นของผู้ให้บริการเครือข่ายรายใด หากแต่ขึ้นกับว่าผู้ใช้บริการใช้เครื่องมือสื่อสารไร้สาย ณ จุดใดมากกว่า ในที่นี้กูเกิลยกตัวอย่างว่า ในกรณีหากเป็นที่บ้านซึ่งมีสัญญาณของเวอไรซอน ไวร์เลสแรงดี ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือสามารถเชื่อมกับเครือข่ายดังกล่าวเพื่อการสื่อสาร แต่อีกกรณีหนึ่งเมื่อไปที่ทำงานก็อาจเปลี่ยนไปใช้เครือข่ายเอทีแอนด์ทีที่มีสัญญาณแรงกว่าได้เช่นกัน ซึ่งกรณีนี้ยังมีปัจจัยด้านราคาเป็นตัวแปรที่จะดึงดูดผู้ใช้ ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ให้บริการต้องหันมาแข่งกันในการนำเสนอบริการด้วยราคาที่จูงใจอยู่ตลอดเวลา
ในอีกด้านหนึ่ง ผู้ใช้ยังต้องมีโอกาสได้เข้าถึงเครือข่ายที่ให้บริการฟรีหรือในราคาถูกได้ด้วย เช่น ใช้บริการท่องเว็บจากโทรศัพท์มือถือด้วยการเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายไว-ไฟ หรือไวแม็กซ์ หรืออาจเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายที่เตรียมจะพัฒนาในย่านความถี่ที่เรียกว่าพื้นที่สีขาว หรือไวต์ สเปซ (White Space) ซึ่งเป็นเครือข่ายของอุตสาหกรรมทีวีในระบบอะนาล็อกที่ยังไม่ได้มีการใช้งาน
หากแต่วิสัยทัศน์ของกูเกิลเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับการดำเนินธุรกิจของอุตสาหกรรมโลกไร้สายปัจจุบันกลับมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากการใช้บริการโทรศัพท์มือถือจะผูกติดกับผู้ให้บริการรายหนึ่งๆ และผู้ให้บริการแต่ละรายอาจมีข้อตกลงเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างกัน (โรมมิ่ง) แต่ผู้ใช้บริการก็ยังจะมีสัญญาการใช้บริการและการจ่ายค่าบริการขึ้นกับผู้ให้บริการเพียงรายเดียว ซึ่งหากจะเปลี่ยนผู้ให้บริการก็จะต้องจ่ายค่าบอกเลิกสัญญา หรืออาจต้องซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่เพื่อใช้งานกับเครือข่ายใหม่ซึ่งเป็นกรณีของตลาดในสหรัฐอเมริกา
ทำให้ในเชิงธุรกิจ การเปลี่ยนไปสู่แนวคิดของกูเกิลอาจทำไม่ได้ง่ายนัก จากเรื่องผลประโยชน์ เช่นเดียวกับในเชิงเทคนิค ก็มีข้อจำกัดที่จะทำให้เครือข่ายแบบเปิดเกิดขึ้นได้จริง ส่วนหนึ่งเพราะผู้ผลิตอุปกรณ์สื่อสารไร้สายจะต้องติดตั้งตัวรับสัญญาณวิทยุมากขึ้นในอุปกรณ์เพื่อให้รองรับเครือข่ายไร้สายได้ครอบคลุมเครือข่ายที่มีให้บริการได้ทั้งหมด ซึ่งจะทำให้การออกแบบอุปกรณ์มีความซับซ้อนยิ่งขึ้น นำมาสู่ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นและใช้ไฟแบตเตอรี่มากขึ้นอีก ที่สำคัญ การออกแบบอุปกรณ์ให้เปลี่ยนเครือข่ายให้ได้ราบรื่นก็เป็นความท้าทายเช่นกัน ดังที่เห็นในกรณีของเครื่องไอโฟน 3G ของแอปเปิลที่ยังมีเสียงติงจากผู้ใช้ในการเปลี่ยนจากระบบ 2.5G ไปเป็น 3G ที่ยังไม่ราบรื่นเท่าที่ควรอยู่เลย
ข้อมูลจาก : thannews
เรื่องที่เกี่ยวข้อง : ไขข้อมูลสิทธิบัตรไร้สายกูเกิลกูเกิลเปิดรับไอเดียในโครงการ Project 10^100กูเกิลติดอันดับ 10 แบรนด์ยอดนิยมโลก"อินเทล"เดินเกมรุกขยายฐานลูกค้า ผนึกกูเกิล-ททท.กูเกิลเตรียมสแกนหนังสือพิมพ์เก่าสุขสันต์วันเกิด ครบรอบ 10 ปี กูเกิล !!เว็บเบราว์เซอร์จากกูเกิลเป็นจริงแล้วกูเกิลกำลังขยายเส้นทางเคเบิลใต้น้ำกูเกิลต่อสัญญากับ Mozilla อีกสามปีเยลโล่เพจเจสชนกูเกิล-อะเมซอน
|