Facebook Twitter RSS Feed
gPlus 

เอ็นทีที คอม รุกตลาดศูนย์ข้อมูลครบวงจร


เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ คอร์ปอเรชั่น (เอ็นทีที คอม) บริษัทไอซีทีโซลูชั่นและโทรคมนาคมในเครือเอ็นทีที กรุ๊ป (NYSE: NTT) ผู้นำการให้บริการศูนย์ข้อมูล (Data Center) โดย Bangkok 2 Data Center ที่สุดของความสมบูรณ์แบบแห่งนวัตกรรม “ศูนย์ข้อมูล” ภายใต้ชื่อ “NexcenterTM” ครบครันด้วยบริการ สิ่งอำนวยความสะดวก และจำนวนตู้แรคมากถึง 1,400 ตู้ บนพื้นที่อาคารขนาด 10,000 ตารางเมตร การันตีระบบการจ่ายไฟฟ้า 100% ขับเคลื่อนภายใต้มาตรการรักษาความปลอดภัยสูงสุด พร้อมให้บริการเก็บรักษาข้อมูลสำคัญแก่สถาบันการเงิน และองค์กรธุรกิจต่างๆ เพื่อยกระดับธุรกิจให้เข้าสู่ยุคดิจิตอลเต็มรูปแบบ พร้อมเดินหน้าให้บริการแบบครบวงจร โดยให้บริการด้านคลาวด์ และการบริหารจัดการระบบรักษาความปลอดภัยในระดับองค์กร มาตั้งแต่ปี 2556 ภายใต้การดูแลของ เอ็นทีทีคอมมิวนิเคชั่นส์ และ เอ็นทีที ซีเคียวริตี้ เพื่อรองรับการจัดระบบโครงสร้างไอซีทีแบบดั้งเดิมไปสู่คลาวด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เอ็นทีที คอม
นายมานาบุ คาฮาระ ประธานบริษัท เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เอ็นทีที คอม ในฐานะผู้นำการให้บริการศูนย์ข้อมูล(Data Center) ซึ่งหลังจากที่ได้เปิดให้บริการ Thailand Bangkok 2 Data Center เป็นศูนย์ข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอย่างเป็นทางการแล้วนั้น ได้รับผลตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี และยิ่งเพิ่มความมั่นใจอีกระดับเพื่อให้ลูกค้าได้ดำเนินธุรกิจได้อย่างครบวงจร โดย เอ็นทีที คอม ได้ให้บริการคลาวด์ (Enterprise Cloud) เพื่อตอบสนองความต้องการในระบบไอซีที ที่ซับซ้อนมากขึ้น และรองรับการเปลี่ยนแปลงไปสู่ระบบดิจิตอล และสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในธุรกิจได้หลากหลาย รองรับการเติบโตในอนาคต ซึ่งความท้าทายของกลุ่มธุรกิจและองค์กรเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า เมื่อต้องการมองหาผู้ให้บริการที่สามารถโยกย้ายระบบไอซีทีในระบบเดิมไปไว้บนคลาวด์ และต้องคำนึงถึงการเพิ่มประสิทธิภาพของต้นทุนเพื่อการใช้ประโยชน์ได้สูงสุด ในขณะเดียวกันยังมีปัจจัยหนุนในเรื่องของการใช้อุปกรณ์สมาร์ทโฟน, โซเชียลมีเดีย, บิ๊ก ดาต้า, loT และเทคโนโลยีดิจิตอลอื่นๆ ทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับตัวและหันมาใช้แอพพลิเคชั่นบนคลาวด์กันมากขึ้นในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา

เอ็นทีที คอม
“เอ็นทีที คอม ได้พัฒนาการให้บริการด้าน Enterprise Cloud เพื่อตอบสนองความท้าทายเหล่านี้ โดยการนำเสนอแพลทฟอร์มที่ครอบคลุมทั้งระบบไอซีทีแบบดั้งเดิมและบนคลาวด์ รวมถึงการเชื่อมต่อระบบเครือข่าย บริการให้เช่าพื้นที่วางเซิร์ฟเวอร์ (Colocation) ผ่านศูนย์ข้อมูล Bangkok 1 และ Bangkok 2 Data Center ซึ่งตั้งอยู่ในไทย 2 แห่ง และบริการคลาวด์ โดยเราจะให้ข้อมูลและพร้อมสนับสนุนลูกค้าให้สามารถดำเนินธุรกิจและสร้างแบบแผนธุรกิจขึ้นมาใหม่ นอกจากนี้เราได้ให้ความสำคัญเรื่องของความปลอดภัย ซึ่งมีพันธมิตรที่สำคัญ คือ เอ็นทีที ซีเคียวริตี้ ที่ให้การดูแลและให้คำปรึกษาด้านความปลอดภัย ซึ่งจะมีบทบาทในการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยบนคลาวด์ขององค์กรได้อย่างครบวงจร และเหมาะสมกับขนาดของธุรกิจ” นายมานาบุ คาฮาระกล่าว

นายศานิต เกษมสันต์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์และบริการ บริษัท เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า กลุ่มลูกค้าในไทยที่ใช้บริการ Enterprise Cloud มาจากหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น สถาบันการเงิน, สายการบิน, ภาคการผลิต (Manufacturing) ผู้ให้บริการเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เป็นต้น ซึ่งการให้บริการ Enterprise Cloud ประกอบด้วย 4 คุณสมบัติพิเศษ ได้แก่

เอ็นทีที คอม
1. Flexible resource building ระบบการสร้างและขยายระบบ แบบยืดหยุ่น
2. Flexible Service Management ระบบบริหารจัดการแบบยืดหยุ่น
3. Global Solutions ระบบที่มีการเชื่อมต่อและครอบคลุมในทุกทวีปทั่วโลก
4. Advanced ICT outsourcing ระบบการให้บริการขั้นสูงด้าน ICT Outsourcing

โดย เอ็นทีที คอม เป็นผู้ให้บริการรายเดียวที่การันตีระบบความพร้อมในการใช้งานโดยรวมที่สมบูรณ์แบบ (SLA) 99.99% พร้อมตัวเลือกการรักษาความปลอดภัยบนเครือข่ายที่หลากหลาย เช่น อีเมล์ เว็บ และแอพพลิเคชั่น

นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างสถานที่ทั่วโลก เช่น สำรองข้อมูลในญี่ปุ่นและต่างประเทศ สามารถลดระยะเวลาการสำรองข้อมูลด้วยการเพิ่มแบนด์วิดธ์ การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการค่าใช้จ่ายผ่านการเชื่อมโยงข้อมูล คำนวณและจัดสรรทรัพยากรการใช้พื้นที่บนคลาวด์ การสำรองข้อมูลเครือข่าย จัดเก็บข้อมูลภายนอก ควบคุมความปลอดภัยในการใช้ข้อมูล แสดงสถิติการใช้งาน บริการการตรวจสอบสถานะ เช่น VMs / vFirewall / vLoad Balancer โดยทำการตรวจสอบขั้นพื้นฐานตลอด 24 ชั่วโมง/365 วัน

ทั้งนี้ แพลทฟอร์มดังกล่าวถูกนำไปใช้ 14 แห่ง ใน 11 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น, สหรัฐอเมริกา, อังกฤษ, ฝรั่งเศส, เยอรมัน, สเปน, จีน (ฮ่องกง), ออสเตรเลีย, สิงคโปร์, มาเลย์เซีย และไทย โดยการเชื่อมต่อเครือข่ายแบบปิด (IP -VPN) ครอบคลุม 196 ประเทศทั่วโลก เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการเข้าถึงระบบคลาวด์ นอกจากนี้ เอ็นทีที คอม ได้รับความไว้วางใจและถูกจัดอันดับให้อยู่ในกลุ่มผู้นำของผู้ให้บริการโครงข่ายระดับโลก จากรายงาน “Magic Quadrant for Network Services, Global” (Magic Quadrant*) ซึ่งเผยแพร่โดย การ์ทเนอร์ อิงค์ ในเดือนมกราคม 2559 ติดต่อกันเป็นปีที่ 3 โดยได้รับการประเมินว่ามีความครบถ้วนสมบูรณ์ในแง่ของวิสัยทัศน์และความสามารถในการดำเนินการ

เอ็นทีที คอม
ด้านนายเรย์มอนด์ เตียว รองกรรมการผู้อำนวยการอาวุโสส่วนการดำเนินงานในเอเชียแปซิฟิก บริษัท เอ็นทีที ซีเคียวริตี้ กล่าวว่า บริษัท เอ็นทีที ซีเคียวริตี้ ก่อตั้งขึ้นเพื่อให้บริการด้านบริหารจัดการความปลอดภัยในระดับมืออาชีพ MSS (Managed Security Services: MSS) ภายใต้เครือเอ็นทีที กรุ๊ป โดยได้ผนวกรวมเทคโนโลยีการวิเคราะห์ภัยคุกคามขั้นสูง และผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย เพื่บอให้บริการ MSS ด้วยโซลูชั่นที่พัฒนาขึ้นเพื่อการดูแลระบบรักษาความปลอดภัยแบบครบวงจร (Full Security Life Cycle) บริการเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ทั่วโลก ด้วยระบบรักษาความปลอดภัยเต็มรูปแบบอย่างครบวงจรให้กับองค์กร รวมถึงให้คำปรึกษาการจัดการร่วมกับบริการอื่นๆ เช่น บริการศูนย์ข้อมูล, คลาวด์, บริการไฮบริด เป็นต้น

ซึ่งจากรายงานสถิติด้านความปลอดภัย (Global Threat Intelligence Report : GTIR) ของเอ็นทีที ซีเคียวริตี้ จากลูกค้ากว่า 10,000 ราย ใน 6 ทวีป ตรวจพบว่าในแต่ละปีจะมีการโจมตีและการป้องกันถึง 6.2 พันล้านครั้งโดยเฉลี่ย ในขณะที่มีบันทึกการวิเคราะห์การโจมตีกว่า 3.5 ล้านล้านรายการ เป็นประจำทุกปี

“ความปลอดภัยเป็นการเตรียมความพร้อมเบื่องต้นสำหรับองค์กรเพื่อก้าวเข้าสู่ระบบคราวด์” นายเรย์มอนด์ กล่าว “เราเชื่อมั่นว่าแพลทฟอร์มด้านความปลอดภัยขั้นสูงของเราสามารถส่งมอบบริการได้อย่างเป็นหนึ่งเดียวกับระบบเครือข่ายโดยทำให้ระบบคราวด์สำหรับองค์กรของลูกค้ามีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการทำงานสูง และยังรับรองความเชื่อมั่นในความปลอดภัยที่ทำให้สามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด” นายเรย์มอนด์ กล่าว

*1 Gartner, “Magic Quadrant for Network Services, Global” by Neil Rickard, Bjarne Munch 14 January 2016

การ์ทเนอร์ไม่ได้ให้การรับรองผู้ค้า ผลิตภัณฑ์ หรือบริการใดๆที่กล่าวถึงในรายงานการวิจัย และไม่ได้แนะนำให้ผู้ใช้เทคโนโลยีเลือกเฉพาะผู้ค้าที่ได้รับการจัดอันดับสูงๆ เท่านั้น รายงานการวิจัยของการ์ทเนอร์เป็นความคิดเห็นของหน่วยงานวิจัยของการ์ทเนอร์ ดังนั้นจึงไม่ควรตีความว่าเป็นข้อเท็จจริง ทั้งนี้ การ์ทเนอร์ปฏิเสธการรับรอง การแสดงความเห็น หรือการกล่าวเป็นนัยใดๆ เกี่ยวกับรายงานการวิจัยนี้ และปฏิเสธการรับรองความสามารถทางการค้าหรือความสมบูรณ์เพื่อจุดมุ่งหมายเฉพาะเจาะจงใดๆ

กลับขึ้นด้านบน