|
อุตฯไอทีกร่อยพิษตลาดเงินทุบ + เดลล์-อินแกรมเตือนเตรียมรับสภาพยอดขายหด/เหตุผู้บริโภคชะลอการใช้จ่ายยาว แรงกระเพื่อมจากวิกฤติการเงิน ส่งหุ้นธุรกิจไอทีลดลงถ้วนหน้า เหตุสถานการณ์ไม่น่าวางใจทำให้ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น เดลล์-อินแกรม เผยแนวโน้มยอดขายหด เหตุสภาพตลาดยังแผ่วยาวมาตั้งแต่เดือนก.ค. จนถึงก.ย. คงมีแต่เอชพีที่ยังแข็งแกร่ง ได้แรงหนุนจากธุรกิจมีผลิตภัณฑ์หลากหลาย
บริษัท เดลล์ อิงค์ ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์รายใหญ่ และบริษัท อินแกรม ไมโคร อิงค์ ผู้จัดจำหน่ายสินค้าไอทีรายใหญ่ออกมาเตือนถึงความต้องการสินค้าไอทีในตลาดช่วงระยะหลังมีแนวโน้มลดลง และอาจรุนแรงขึ้นจากแรงกระทบของปัญหาวิกฤติในภาคการเงินของสหรัฐอเมริกาที่ออกมาล่าสุด ซึ่งจะเป็นตัวฉุดการใช้จ่ายของลูกค้าภาคธุรกิจและกลุ่มผู้ใช้ทั่วไป
"ดูเหมือนไม่ว่าภาคอุตสาหกรรมใดก็จะเริ่มถดถอยลง คำถามสำคัญอยู่ที่ว่าปัญหานี้จะกินเวลาไปอีกนานเท่าใด ทั้งเดลล์และธุรกิจอื่นๆ ในอุตสาหกรรมไอทีต่างก็มีความเสี่ยงจากผลกระทบในภาคการเงินอย่างเลี่ยงไม่ได้ การที่เราเห็นปัญหาที่เกิดกับตลาดวอลล์ สตรีต ความหวั่นเกรงของผู้คนเกี่ยวกับสถานะของธนาคาร ที่เลี่ยงไม่ได้คือ ผลกระทบต่อผู้คนที่จะหันมาระมัดระวังกับการใช้จ่ายมากขึ้น" แชนนอน ครอส นักวิจัยจากบริษัท ครอส รีเสิร์ชฯ แสดงความเห็น
ทั้งนี้ เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังปรากฏวิกฤติทางการเงินในวาณิชธนกิจทั้งเลห์แมน บราเธอร์ส การซื้อเมอร์ริล ลินช์ของแบงก์ ออฟ อเมริกา ตลอดจนปัญหาในบริษัทประกันยักษ์ใหญ่ เอไอจี ส่งผลต่อหุ้นของเดลล์ ดิ่งลงไป 11% อินแกรม ไมโคร ตกลง 2.7% เช่นเดียวกับหุ้นของธุรกิจเทคโนโลยีอื่นอย่างบริษัทผลิตชิปหน่วยความจำไมครอน เทคโนโลยี ซึ่งตกลงไป 7.8% และบริษัทซีเกทฯ ผู้ผลิตอุปกรณ์สำรองข้อมูล ซึ่งราคาหุ้นตกลงไปราว 8.2%
หากจะมีบริษัทที่ยังประคองตัวรอดไปได้คงมีแต่ฮิวเลตต์-แพคการ์ด (เอชพี) ซึ่งราคาหุ้นขยับขึ้นไป 6.8% หลังจากประกาศลดคน 24,600 คน หรือคิดเป็นสัดส่วน 7.5% ของจำนวนบุคลากรทั้งหมดขององค์กรเพื่อลดต้นทุนการดำเนินงานหลังจากประกาศซื้อบริษัท อีดีเอส ผู้ให้บริการด้านคอมพิวเตอร์
นายไบรอัน แกลดเดน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของเดลล์ คาดว่า แนวโน้มความต้องการของผู้บริโภคทั่วโลกในไตรมาสปัจจุบันจะยังอ่อนตัวต่อเนื่องไปอีก ทั้งที่ในเดือนกันยายนน่าจะเป็นช่วงที่ความต้องการดีดกลับขึ้นมาจากช่วงตลาดแผ่วในฤดูร้อน แต่ในคราวนี้ สถานการณ์ไม่น่าฟื้นตัวตามที่คาดไว้
เช่นเดียวกับอินแกรม ไมโคร ซึ่งได้ปรับลดรายได้และผลกำไรคาดการณ์ในไตรมาส 3 ไปแล้ว จากสภาพเศรษฐกิจที่แผ่วลงในเดือนกรกฎาคมจนถึงสิงหาคมและยังต่อเนื่องมาจนถึงเดือนกันยายน
กระนั้น ตามมุมมองของนักวิเคราะห์เห็นว่า อินแกรม ไมโครซึ่งเน้นทำตลาดธุรกิจขนาดกลางและเล็กเป็นหลักน่าจะได้รับผลกระทบจากภาคธนาคารโดยตรงค่อนข้างน้อยกว่าเมื่อเทียบกับเดลล์ และบริษัทอื่น เช่น ผู้ผลิตอุปกรณ์เก็บสำรองข้อมูลอย่างอีเอ็มซี ซึ่งมีรายได้ราว 15-20% จากลูกค้าภาคการเงิน หรือแม้แต่บริษัทไอทีอื่นที่มีสัดส่วนรายได้ในทำนองเดียวกันนี้ ซึ่งเจาะกลุ่มภาคธุรกิจที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ เมื่อธุรกิจเหล่านี้อ่อนแอลง ก็ย่อมเป็นผลลบต่อธุรกิจไอทีอย่างน้อยไปจนถึงอีก 6 เดือนข้างหน้า
ด้านบริษัทวิจัย ฟอเรสเตอร์ รีเสิร์ชฯ คาดการณ์การใช้จ่ายด้านไอทีของตลาดสหรัฐฯ ในปี 2552 ว่าน่าจะขยายตัวอยู่ที่ประมาณ 6.1% น้อยกว่าการคาดการณ์เดิมที่ 9.4% เนื่องจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อช่วงครึ่งแรกของปีนี้ น่าจะลากยาวจนถึงครึ่งหลังของปีนี้ หรือไปจนถึงครึ่งแรกของปี 2552 แต่ก็คาดว่าสำหรับเอชพี น่าจะประคองตัวไปได้ เนื่องจากมีกลุ่มผลิตภัณฑ์หลากหลาย และมีแรงเสริมจากข้อตกลงซื้ออีดีเอสเข้ามาเสริมธุรกิจ
ข้อมูลจาก : thannews
เรื่องที่เกี่ยวข้อง : อุตฯไอทีกร่อยพิษตลาดเงินหุ้นไอทียังสบายดีอยู่หรือเปล่า หลังเลห์แมนล้มซินเน็คฯ เป็นผู้แทนจำหน่าย Lenovo เสริมความแกร่งธุรกิจไอทีเอชพี เปิดตัวเทคโนโลยีสุดล้ำนำวงการไอทีผลสำรวจรายได้ชาวไอทีในปี 2008เปิดศูนย์บริการภาครัฐด้วยไอทีซิป้า-ไอทีดี หวังดันตลาด ซอฟต์แวร์ไทยไปนอกAMD สนับสนุนผู้จัดการฝ่ายไอที ด้วยนโยบายล่าสุด Scaling Upขานรับเทคโนโลยี คอมมาร์ต 2008 คนไอทีไม่กลัวแม้ศก.ถอยComputex Taipei 2008 งานอุปกรณ์ไอทีอันดับหนึ่งของโลก
|